ญี่ปุ่นจับ 13 ผู้ต้องหาพัวพันขบวนการแก๊งคอลในกัมพูชา เสียหายเกือบ 10 ล้าน
เว็บไซต์ เจแปน ไทม์ส รายงานเมื่อวันที่ 15 มกราคมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 13 คน ที่ถูกส่งตัวกลับมาจากกัมพูชา ข้อหามีส่วนพัวพันกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ที่หลอกลวงเหยื่อให้สูญเงินรวมหลายล้านเยน
โดยสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโตเกียว และตำรวจจังหวัดคานากาวะ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 13 คน มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่อายุตั้งแต่ 20 กว่าปี ไปจนถึง 60 กว่าปี ซึ่งไม่มีการระบุที่อยู่และอาชีพที่แน่ชัด ถูกจับกุมตัวในข้อหาฉ้อโกง หลังจากที่ทั้งหมดถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบินกลับมาถึงประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 และ 14 มกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้เปิดเผยว่า มีผู้ต้องสงสัยคนใดที่ยอมรับผิดหรือไม่
จากการเปิดเผยของพนักงานสอบสวน ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ เชื่อว่าทำหน้าที่เป็น “คาเคโกะ” หรือผู้โทรศัพท์ติดต่อล่อลวงเหยื่อโดยตรง (คาเคโกะ เป็นศัพท์เฉพาะที่ตำรวจญี่ปุ่น ใช้เรียกพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มาจากคำกริยา คาเครุ ที่แปลว่า โทร” ) โดยประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองบาเวต เมืองชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา
รายงานระบุว่า ผู้ต้องสงสัย ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชา ควบคุมตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้น พนักงานสอบสวนชาวญี่ปุ่นที่ถูกส่งไปยังกัมพูชา ได้เข้าอายัดตัวผู้ต้องหา และดำเนินการประสานงาน เพื่อส่งตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ เกี่ยวพันกับคดีฉ้อโกงอย่างน้อย 12 คดี ที่มีมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นราว 50 ล้านเยน (ราว 9.9 ล้านบาท) ขณะที่ทางการญี่ปุ่นกำลังทำการวิเคราะห์ข้อมูลในมือถือและโน้ตบุ๊ก ที่ยึดได้จากฐานสแกมในกัมพูชา เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติม
ข่าวระบุว่า การจับกุมกลุ่มคนเหล่านี้ สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาที่ว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ได้ร่วมกันวางแผนกับสมาชิกคนอื่นๆในเครือข่ายต้มตุ๋น ในช่วงระหว่างปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้โทรศัพท์หาหญิงวัย 60 ปีเศษ ในจังหวัดคานากาวะ และแอบอ้างว่าเป็นพนักงานไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตำรวจเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้กล่าวอ้างเท็จ กับเหยื่อว่า เหยื่อต้องถูกสอบสวน ในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีฟอกเงิน และจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบธนบัตรของเหยื่อ จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 11 ล้านเยน
รายงานระบุด้วยว่า การปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตำรวจจังหวัดไอจิ ได้อายัดตัวและจับกุม “คาเคโกะ” ชาวญี่ปุ่น 29 คน ในคดีฉ้อโกงอีกคดีหนึ่ง ที่มีฐานที่มั่นอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

