ชาวเกาหลี เสียชีวิต 1 ราย เหตุเครนรถไฟโคราชถล่ม เผย เพิ่งบินมาจดทะเบียนสมรสกับสาวไทย
เมื่อวันที่ 15 มกราคม Korea JoongAng Daily รายงานว่า ชายชาวเกาหลี และ ภรรยาชาวไทย ที่เพิ่งแต่งงานกันเสียชีวิตในอุบัติเหตุเครนถล่มในประเทศไทย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย ตามรายงานของสถานทูตเกาหลีใต้
ชายชาวเกาหลีวัย 30 ปลายๆ เดินทางไปมาระหว่างเกาหลีและไทยบ่อยครั้ง คบหากับภรรยาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะเดินทางมาประเทศไทยเร็วๆ นี้เพื่อจดทะเบียนสมรส ที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ มีรายงานว่าทั้งคู่กำลังเดินทางไปยัง จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิดของภรรยา ทางภาคตะวันออกของไทย
สถานทูตเกาหลีได้แจ้งเรื่องอุบัติเหตุดังกล่าวให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตในเกาหลีได้ทราบแล้ว และกำลังให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาไทย เจ้าหน้าที่สถานทูตยังได้เดินทางไปโรงพยาบาลใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่เก็บศพของผู้เสียชีวิต เพื่อช่วยเหลือในการจัดการงานศพด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.วังหิน อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ พบครอบครัวผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ (สงวนนามสกุล) หรือไก่ อายุ 35 ปี และสามีชาวเกาหลี นายคิม ยองโฮ อายุ 37 ปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับศพผู้เสียชีวิตทั้งสองราย
นางลำยอง (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี มารดาของ น.ส.สุรัฐฎิยากรณ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวคบหาดูใจกับสามีชาวเกาหลีมานานกว่า 10 ปี ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 เพื่อจดทะเบียนสมรส โดยทั้งคู่เดินทางจากประเทศเกาหลีมาถึงบ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ใช้ชีวิตและท่องเที่ยวอยู่กับครอบครัว ก่อนเดินทางไปจดทะเบียนสมรสที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา
หลังจดทะเบียนสมรสได้เพียง 1 วัน ทั้งสองได้นั่งรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 ซึ่งเป็นขบวนที่เกิดเหตุ เพื่อเดินทางกลับบ้านที่อำเภอวังหิน และตั้งใจจะไปจดทะเบียนสมรสซ้ำในพื้นที่ แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน

นางลำยองกล่าวต่อว่า ตนมีลูก 2 คน โดยผู้เสียชีวิตเป็นลูกสาวคนที่ 2 ลูกสาวมีบุตรติดจากสามีเก่าชาวไทย 2 คน ซึ่งสามีชาวเกาหลีรักและดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี ยอมรับและพร้อมจดทะเบียนสมรสด้วยกัน ลูกสาวเคยไปทำงานเป็นหมอนวดที่ประเทศเกาหลีเป็นเวลา 4 ปี เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูแม่และลูกทั้งสองทุกเดือน
“พอรู้ข่าวช่วงเช้าวันที่ 13 มกราคม เวลาประมาณ 10.00 น. ว่าลูกสาวกับลูกเขยเสียชีวิตจากเครนถล่มทับรถไฟ ใจแทบสลาย ไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร หลานทั้งสองคนต้องเสียแม่ไป ตนต้องเป็นคนดูแลต่อ” นางลำยองกล่าว
นอกจากนี้ ทั้งสองยังทิ้งสุนัขเพศเมีย พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชื่อเจ้ามีมี่ ไว้ให้ดูแลต่างหน้าอีก 1 ตัว โดยผู้เป็นแม่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเยียวยาและรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักอย่างกะทันหัน


