‘มาชาโด’ ชี้เวเนซุเอลาเดินหน้าเปลี่ยนผ่าน สู่เลือกตั้งเสรี เชื่อได้เป็นปธน.เมื่อเวลาเหมาะ
สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า นางมาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ เมื่อวันที่ 16 มกราคม ว่าเธอมั่นใจว่าระบอบการปกครองอาชญากรที่ยังหลงเหลืออยู่หลังการโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาจะล่มสลายลงในที่สุด และจะมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งอย่างเสรีตามลำดับ แม้หนทางไปสู่จุดนั้นจะยากและซับซ้อน
1 วันก่อนหน้านี้ มาชาโดได้พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเธอได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของตัวเองให้กับทรัมป์ เพื่อพยายามโน้มน้าวให้ทรัมป์หันมาสนับสนุนกลุ่มฝ่ายค้านของมาชาโดให้มีบทบาทในการกำหนดอนาคตของเวเนซุเอลาหลังการโค่นล้มมาดูโร หลังก่อนหน้านี้ทรัมป์เลือกที่จะมองข้ามมาชาโดและหันไปเลือกเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของมาดูโร ให้เป็นประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา
มาชาโดกล่าวว่าเธอเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งตามลำดับ แต่ขั้นตอนเหล่านั้นอาจใช้เวลาสักระยะ แต่ผลที่ได้จากการเปลี่ยนผ่านคือเวเนซุเอลาที่น่าภาคภูมิใจ ซึ่งจะเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดของสหรัฐในทวีปอเมริกา “มันคือภารกิจและเรากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงเวเนซุเอลาให้เป็นดินแดนที่งดงาม และฉันเชื่อว่าฉันจะได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” มาชาโดกล่าว
ด้านนายจอห์น แรดคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) เดินทางไปยังกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เพื่อพบหารือกับเดลซี โรดริเกซ โดยการหารือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งสัญญาณว่าสหรัฐมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเวเนซุเอลา ทั้งคู่หารือกันในเรื่องความร่วมมือด้านข่าวกรอง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเพื่อให้แน่ใจว่าเวเนซุเอลาจะไม่เป็นที่กบด่านของบรรดาศัตรูของสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มค้ายาเสพติด
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่าโรดริเกซให้ความร่วมมือกับสหรัฐเป็นอย่างดี และทรัมป์ตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่าทำไมทรัมป์จึงตัดสินใจเลือกโรดริเกซให้เป็นรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลามากกว่ามาชาโด ทรัมป์กล่าวว่าการตัดสินใจของเขามาจากประสบการณ์ที่สหรัฐได้รับจากสงครามอิรักเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เมื่อสหรัฐเข้าถอดถอนโครงสร้างด้านความมั่นคงและการเมืองของอิรักทั้งหมด แต่สุดท้ายอิรักกลับเป็นแหล่งกบด่านของกลุ่ม ISIS

