สิ้นอิสรภาพ! ศาลญี่ปุ่น สั่งโทษจำคุกตลอดชีวิต มือสังหารอดีตนายกฯ ชินโสะ อาเบะ
เมื่อวันที่ 21 มกราคม สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า ศาลญี่ปุ่นพิพากษาตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตต่อนายเท็ตสึยะ ยามากามิ อายุ 45 ปี มือยิงสังหารนายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลของญี่ปุ่น ในเหตุการณ์ช็อกประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 3 ปีก่อน
การตัดสินความผิดของศาลในคดีอุกอาจนี้เป็นแน่นอนแล้วหลังจากนายยามากามิรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือสังหารนายอาเบะ ในการพิจารณาคดีนัดแรกที่ศาลแขวงเมืองนาราเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยความสนใจของสังคมมุ่งเป้าไปที่ความรุนแรงของบทลงโทษที่เขาจะได้รับ
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อัยการได้ร้องขอให้ศาลพิพากษาโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ประเทศหลังสงคราม
ขณะที่ทีมทนายความของนายยามากามิโต้แย้งว่าความเคราะห์ร้ายของครอบครัวจำเลยที่ประสบซึ่งเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้นควรถูกนำมาพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ จึงขอให้ศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 20 ปี
สำหรับนายยามากามิถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุหลังเขาใช้อาวุธปืนที่ประกอบขึ้นเอง ก่อเหตุยิงสังหารนายอาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 67 ปี ขณะช่วยลูกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) พรรครัฐบาล รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งบริเวณสถานีรถไฟ ในเมืองนารา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2022
เหตุการณ์ลอบสังหารสุดอุกอาจดังกล่าวได้เผยให้เห็นความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างพรรคแอลดีพีกับโบสถ์แห่งความสามัคคีสาขาในญี่ปุ่น ที่ถูกมองว่าเป็นลัทธิความเชื่อหนึ่ง หลังจากนายยามากามิให้การรับสารภาพว่ามูลเหตุจูงใจที่ทำให้เขาสังหารนายอาเบะนั้น มาจากความเคียดแค้นที่เขาเชื่อว่านายอาเบะมีความเชื่อมโยงสนับสนุนโบสถ์แห่งความสามัคคีที่เป็นตัวการทำให้ครอบครัวของเขาประสบปัญหาทางการเงิน เนื่องจากแม่ของเขานำเงินจำนวนมากที่มีไปบริจาคให้กับโบสถ์ดังกล่าว
ทั้งนี้โบสถ์แห่งความสามัคคีก่อตั้งขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 1954 มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการจัดพิธีแต่งงานหมู่ และมีการเปิดองค์กรสาขาในญี่ปุ่น โดยมีผู้ศรัทธาชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากและถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของกลุ่มศาสนาแห่งนี้
สำหรับอาเบะ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของประเทศ จำนวน 3,188 วัน ใน 2 วาระ ก่อนเขาจะขอลาออกจากตำแหน่งในเดือนกันยายน 2020 ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ อย่างไรก็ดี นายอาเบะยังคงถือเป็นนักการเมืองทรงอิทธิพลและมีบทบาทสำคัญภายในพรรคแอลดีพี และเป็นหนึ่งในผู้นำโลกไม่กี่คนที่มีความสนิทสนมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในช่วงเวลานั้น

