หน้าแรก ต่างประเทศ ลมวนขั้วโลกยื...

ลมวนขั้วโลกยืดตัว ทำมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมสหรัฐ มะกัน 230 ล้านคนเจออากาศต่ำ -7

22.01.26 | 13:12 น.
AP

ลมวนขั้วโลกยืดตัว ทำมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมสหรัฐ มะกัน 230 ล้านคนเจออากาศต่ำ -7

นักอุตุนิยมวิทยาเผยว่า กระแสลมวนขั้วโลก หรือ polar vortex ที่ยืดตัวออกจากรูปแบบปกติ ความชื้นในบรรยากาศ และการขาดแคลนน้ำแข็งทะเล เป็นสาเหตุสำคัญของพายุฤดูหนาวรุนแรงที่กำลังจะถล่มสหรัฐอเมริกา

ปรากฏการณ์น้ำทะเลในแถบอาร์กติกที่อุ่นกว่าปกติ และพื้นดินภาคพื้นทวีปที่เย็นจัด รวมกันทำให้กระแสลมวนขั้วโลกที่น่าหวั่นกลัวยืดตัวออก ส่งผลให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาจะเผชิญสภาพอากาศฤดูหนาวที่รุนแรงอย่างหนักในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ตั้งแต่อุณหภูมิติดลบอย่างมาก หิมะตกหนัก และน้ำแข็งที่อาจทำให้สายไฟฟ้าล้ม

นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า พื้นที่ 2 ใน 3 ทางตะวันออกของประเทศกำลังเผชิญภัยจากพายุฤดูหนาว ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงไม่ต่างจากพายุเฮอริเคนขนาดใหญ่ ซึ่งมีต้นตอส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่อาร์กติกที่อุ่นขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับเตือนว่าอากาศหนาวจัดนี้มีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปทั้งเดือนมกราคมและลากยาวไปถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะทำให้หิมะและน้ำแข็งที่สะสมจะใช้เวลานานกว่าจะละลาย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐพยากรณ์อากาศว่า พายุลูกนี้ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 มกราคม จะครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่นิวเม็กซิโกไปจนถึงนิวอิงแลนด์ และแผ่ขยายไปทั่วภาคใต้ตอนล่างของสหรัฐ ทำให้ประชาชนราว 230 ล้านคนจะต้องเผชิญอุณหภูมิ -7 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น และอีกประมาณ 150 ล้านคนมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากหิมะและน้ำแข็ง โดยชาวอเมริกันจำนวนมากจะเจอสภาพอากาศทั้งสองอย่างพร้อมกัน

Advertisement

ไรอัน มอว์ อดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) กล่าวว่า ผู้คนกำลังประเมินความรุนแรงและเลวร้ายของสถานการณ์ต่ำไป

กระแสลมวนขั้วโลก ซึ่งเป็นมวลอากาศเย็นจัดที่ปกติมักถูกกักอยู่ในบริเวณทางตอนเหนือของแคนาดาและอะลาสกา กำลังถูกยืดออกไปโดยคลื่นในบรรยากาศชั้นบน ซึ่งเชื่อมโยงย้อนไปถึงพื้นที่อาร์กติกที่แทบจะไม่มีน้ำแข็ง และไซบีเรียที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา เมื่ออากาศหนาวสุดขั้วแผ่ลงมาทั่วสหรัฐ มันจะปะทะกับความชื้นจากบริเวณนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียและอ่าวเม็กซิโก ก่อให้เกิดหิมะและน้ำแข็งในระดับที่สร้างความเสียหายรุนแรงในหลายพื้นที่

ต้นตอของสถานการณ์นี้เริ่มจากอาร์กติก ซึ่งมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่าปกติได้เพิ่มพลังให้กับกระแสลมวนขั้วโลก และช่วยผลักดันอากาศเย็นให้ไหลลงมาทางใต้

มอว์อธิบายว่า บรรยากาศที่เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ จนรูปแบบอากาศถูกล็อกไว้ในลักษณะ ‘อาร์กติกอุ่น ทวีปหนาวเย็น’ มันไม่ได้เกิดขึ้นในเมริกาเหนือเท่านั้น แต่พื้นที่ตั้งแต่ยุโรปตะวันออกไปจนถึงไซบีเรียก็หนาวผิดปกติอย่างมาก ทั้งซีกโลกทั้งหมดตกอยู่ในสภาพหนาวเย็นจัดเหมือนถูกแช่แข็ง

มอว์กล่าวด้วยว่า ศูนย์กลางของกระแสลมวนขั้วโลกที่ถูกยืดออกคาดว่าจะอยู่เหนือเมืองดูลูท รัฐมินนิโซตา ภายในเช้าวันที่ 23 มกราคม ที่จะนำความหนาวเย็นโหดร้ายที่ยาวนานมา อุณหภูมิในภาคเหนือและมิดเวสต์จะลดลงถึงระดับต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอาจต่ำถึง -32 ถึง -34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยของ 48 รัฐตอนล่างของ จะอยู่ราว -12 ถึง -11 องศาเซลเซียส ในวันที่ 24-26 มกราคม

ขณะที่ในพื้นที่มิดแอตแลนติก รวมถึงบริเวณกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีความเป็นไปได้ว่า อาจได้เห็นพายุหิมะสองลูกซ้อนกันภายในเวลา 14 วันข้างหน้า

ยูดาห์ โคเฮน ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศฤดูหนาว และนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในอาร์กติกและปริมาณน้ำแข็งทะเลที่ต่ำผิดปกติ สร้างเงื่อนไขสำหรับกระแสลมวดขั้วโลกยืดเช่นนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 หิมะที่ตกหนักในไซบีเรียยิ่งเพิ่มแรงดึงและแรงผลักของระบบอากาศ จนทำให้รูปทรงของกระแสอากาศวนขั้วโลก ซึ่งปกติมักเป็นวงกลมเกิดการบิดเบี้ยว เพิ่มโอกาสให้กระแสลมวนขั้วโลกถูกยืดออก

โคเฮนเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งพบว่า เหตุการณ์ที่กระแสลมวนขั้วโลกถูกยืดออกมากขึ้น มีความเชื่อมโยงกับคลื่นอากาศหนาวรุนแรงในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของสหรัฐตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สาเหตุส่วนหนึ่งคือปริมาณน้ำแข็งทะเลที่ลดลงอย่างมากในทะเลบาเรนต์สและทะเลคาราในแถบอาร์กติก ซึ่งช่วยสร้างรูปแบบคลื่นที่ส่งผลให้เกิดอากาศหนาวจัดในสหรัฐ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า อาร์กติกที่อุ่นขึ้นทำให้น้ำแข็งทะเลในบริเวณนี้หดตัวเร็วกว่าพื้นที่อื่น

ศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติระบุว่า ปริมาณน้ำแข็งทะเลในอาร์กติกอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลานี้ของปี