น้ำตาคลอ! ‘เจ้าชายแฮร์รี’ ขึ้นให้การ หลังฟ้อง ‘เดลี่เมล’ รังควานไม่เลิก ทำชีวิต เมแกน เป็นทุกข์
เมื่อวันที่ 21 มกราคม เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกส์ แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลังขึ้นให้การในศาลสูงสุดกรุงลอนดอน กรณีที่หนังสือพิมพ์ “เดลี่เมล” รายงานข่าวเสียหายเกี่ยวกับชีวิตของเขากับ เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ผู้เป็นภรรยา จนเป็นเหตุให้ทั้งคู่ตัดสินใจฟ้องร้องบริษัท Associated Newspapers ซึ่งเป็นผู้จัดทำหนังสือพิมพ์เดลี่เมล ในข้อกล่าวหาละเมิดความเป็นส่วนตัว
ในปี 2023 เจ้าชายแฮร์รีถือเป็นสมาชิกราชวงศ์คนแรกในรอบ 130 ปี ที่ขึ้นให้การเป็นพยานในศาลในคดีฟ้องร้องสื่อ โดยในการขึ้นศาลครั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รีตอบคำถามของแอนโทนี ไวท์ ทนายความของบริษัท Associated Newspapers ด้วยท่าทีแข็งกร้าว แต่ตอบคำถามด้วยความโศกเศร้าหลังต้องตอบคำถามถึงผลกระทบที่ได้รับจากคดีฟ้องร้องนี้ โดยเจ้าชายแฮร์รีระบุว่า การต่อสู้คดีในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย ทั้งๆ ที่สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่คำขอโทษและการแสดงความรับผิดชอบเท่านั้น โดยเจ้าชายแฮร์รียังได้มีการกล่าวถึงเมแกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า การที่บริษัท Associated Newspapers คอยตามรังควานชีวิตของพวกเขา ทำให้ชีวิตของเมแกนตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน
สำหรับการดำเนินคดีนี้ในครั้งนี้ นอกจากเจ้าชายแฮร์รี ยังมีโจทก์อื่นๆ อีก 6 คน ไม่ว่าจะเป็นเอลตัน จอห์น นักร้องชื่อดัง และ เดวิด เฟอร์นิช สามีของเขา, เอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ และ เซดี้ ฟรอสต์ นักแสดงชาวอังกฤษ, ดอรีน ลอว์เรนซ์ นักรณรงค์ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ และไซมอน ฮิวจ์ส อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ ที่ได้ทำการฟ้องร้องบริษัท Associated Newspapers ในข้อกล่าวหาละเมิดความเป็นส่วนตัวตั้งแต่สมัยช่วงต้นของปี 1990 จนถึงช่วงปี 2010 ซึ่งทางบริษัทก็ได้ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เป็น “การใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้สาระ” โดยชี้แจงว่านักข่าวของเดลี่เมลเขียนข่าวโดยอาศัยแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากเพื่อนหรือคนรู้จักของเหล่าคนดัง
สำหรับคดีของแฮร์รี ทนายความของแฮร์รีระบุว่าเดลี่เมลเขียนบทความ 14 บทความจากการได้ข้อมูลมาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อาทิ แฮกเข้าไปในบันทึกการส่งข้อความเสียง ดักฟังสายโทรศัพท์ และหลอกลวงเพื่อเอาข้อมูลส่วนตัว ด้าน ไวท์ ทนายความจากฝั่งบริษัท Associated Newspapers อ้างว่านักข่าวของเดลี่เมลได้ข่าวมาจากเคที นิโคล อดีตบรรณาธิการข่าวราชวงศ์อังกฤษของเดลี่เมล ซึ่งอยู่ในแวดวงสังคมเดียวกับเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งเจ้าชายแฮร์รีปฏิเสธอยู่หลายครั้งว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และหากแหล่งข่าวดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือจริงๆ นิโคลคงไม่จ้างนักสืบเอกชนเพื่อมาสืบเรื่องส่วนตัวของเขาไปเขียนเป็นข่าวเช่นนี้
นอกจากนั้น เจ้าชายแฮร์รีบอกอีกว่าเป้นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่งที่ต้องมานั่งอยู่ในที่นั่งของพยานเพื่อมาฟังอีกฝ่ายอ้างว่าตนไม่มีสิทธิความเป็นส่วนตัวใดเลย เจ้าชายแฮร์รีบอกอีกว่าหากบริษัทหนังสือพิมพ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดไมได้รับโทษใดๆ จากสิ่งที่เขาทำ ประเทศก็คงจะถึงคราววิบัติ ฉะนั้นศาลคือความหวังเดียวและความหวังสุดท้ายที่จะนำความยุติธรรมกลับมา

