เขมรร้องยูเอ็น ตรวจสอบพฤติกรรมกองทัพไทย อ้างละเมิดสิทธิมนุษยชน
เว็บไซต์แขมร์ไทม์ส รายงานเมื่อวันที่ 23 มกราคมว่า คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำกัมพูชา (United Nations High Commissioner for Human Rights-OHCHR) เพื่อขอให้ติดตามและเฝ้าระวังการกระทำของกองทัพไทยในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการรื้อทำลายบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ที่ถูกประเทศไทยเข้ายึดครองโดยมิชอบ
ตามรายงานของ CHRC ระบุเพิ่มเติมว่า กองทัพไทยยังได้ตั้งสิ่งกีดขวางโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวกัมพูชา สามารถเดินทางกลับเข้าไปยังบ้านเรือนของตนเองได้
โดยเมื่อวันที่ 21 มกราคม นายแก้ว เรมี รัฐมนตรีอาวุโส และประธานของ CHRC ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวอย่างเร่งด่วนระหว่างการประชุมหารือเพื่อการทำงานกับนายแบ็งฌาแม็ง โมโร รักษาการหัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำกัมพูชา (OHCHR) ในกรุงพนมเปญ
นายเรมีได้แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการของทหารไทย โดยระบุว่า การรื้อทำลายบ้านเรือนของชาวกัมพูชา ในพื้นที่ที่ถูกกล่าวหาว่าถูกยึดครอง รวมถึงการตั้งสิ่งกีดขวางปิดล้อมพื้นที่นั้น เข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง พร้อมได้ร้องขอให้ OHCHR ให้ความช่วยเหลือในการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว และเรียกร้องให้นำกลไกด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มาใช้ในการมีส่วนร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำให้มีการเคารพกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่ถูกพลัดถิ่นสามารถเดินทางกลับสู่บ้านเรือนของตนได้อย่างปลอดภัย และด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นายเรมีกล่าวด้วยว่า การกระทำของประเทศไทยเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหลายประการ ได้แก่ สิทธิเสรีภาพในการเดินทาง สิทธิในการมีที่อยู่อาศัย สิทธิในทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิในความปลอดภัยส่วนบุคคลและการได้รับความคุ้มครอง
นายเรมียังได้ชื่นชมความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025 โดยเฉพาะความคืบหน้าในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ข้อเสนอแนะและรายงานด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนโครงการฝึกอบรมสำหรับข้าราชการและทนายความอาสาสมัครภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC)
ด้านนายซึน ซัม นักวิเคราะห์นโยบายระหว่างประเทศ กล่าวว่า การที่ CHRC ขอให้ OHCHR พิจารณาทบทวนและติดตามตรวจสอบการกระทำของกองทัพไทยนั้น เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว โดยชี้ให้เห็นว่า กัมพูชาเป็นสมาชิกของ OHCHR และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานถาวรของ OHCHR ด้วย
พร้อมระบุว่า ในอดีต OHCHR เคยจัดทำรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่ส่งผลกระทบต่อชาวกัมพูชามาแล้ว และควรแสดงบทบาทเชิงรุกในลักษณะเดียวกันในการรายงานกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งกระทำโดยกองทัพไทย โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการขับไล่ประชาชนออกจากที่อยู่อาศัยโดยใช้กำลัง
นายซึน ซัม กล่าวด้วยว่า คำร้องดังกล่าวได้ยื่นตามกรอบกฎหมายและขั้นตอนการทำงานของ OHCHR และบทบาทของ OHCHR คือ การจัดทำรายงานที่ถูกต้องและเป็นกลาง เพื่อนำเสนอต่อสหประชาชาติ และประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่า รายงานลักษณะนี้มีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อกัมพูชาอย่างยิ่ง

