หน้าแรก ต่างประเทศ คอลัมน์ไฮไลต์...

คอลัมน์ไฮไลต์โลก : ผ่าขั้วอำนาจทาลิบัน ระเบิดเวลาในอัฟกานิสถาน?

24.01.26 | 09:00 น.
ภาพรอยเตอร์

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ผ่าขั้วอำนาจทาลิบัน ระเบิดเวลาในอัฟกานิสถาน?

รายงานเชิงสืบสวนชิ้นหนึ่งของบีบีซีเมื่อเร็วๆ นี้ กะเทาะเปลือกให้เห็นถึงการแตกขั้วภายในโครงสร้างอำนาจของ “ตาลีบัน” อดีตกองกำลังติดอาวุธที่หวนกลับมากุมอำนาจปกครองประเทศอัฟกานิสถานอีกครั้ง หลังการล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดก่อนและการถอนทหารออกไปของสหรัฐอเมริกาในปี 2021

รายงานนี้ถูกระบุว่าใช้เวลาราว 1 ปี ในการสืบหารวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าววงในตาลีบัน ผู้เชี่ยวชาญและอดีตนักการทูตมากกว่า 100 คน โดยมีจุดเริ่มต้นจากคลิปเสียงหลุดของ “ฮิบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา” ผู้นำสูงสุดของตาลีบัน ที่กล่าวเตือนสาวกที่โรงเรียนสอนศาสนาในเมืองกันดาฮาร์ ในเดือนมกราคมปี 2025 ว่าความขัดแย้งภายในจะนำไปสู่การล่มสลายของเราเอง นั่นสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่ผู้นำตาลีบันกังวลมากที่สุด ไม่ใช่ภัยคุกคามจากภายนอก หากแต่เป็นภัยจากภายใน “รัฐอิสลาม” ที่กลุ่มตาลีบันสถาปนาขึ้นในอัฟกานิสถาน

คลิปเสียงนี้ยิ่งโหมกระพือข่าวลือที่สะพัดมานานหลายเดือนก่อนหน้านั้นเกี่ยวกับความแตกแยกในระดับบนสุดของตาลีบัน

อีกกรณีที่บ่งชี้ถึงการงัดกันทางอำนาจเกิดขึ้นในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา เมื่ออัคฮุนด์ซาดาออกคำสั่งให้ปิดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต เพื่อตัดอัฟกานิสถานจากโลกภายนอก ทว่าในอีก 3 วันต่อมา อินเทอร์เน็ตกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ แต่ในฉากหลังนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ตามคำบอกเล่าของคนวงในที่บอกว่าขั้วอำนาจในคาบูลขัดคำสั่งอัคฮุนด์ซาดา

Advertisement

บทวิเคราะห์ของบีบีซีได้ฉายภาพให้เห็นการแตกขั้วอำนาจในกลุ่มตาลีบันออกเป็น 2 กลุ่ม ที่ต่างแข่งกันนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของอัฟกานิสถาน กลุ่มแรกมีความจงรักภักดีแบบถวายหัวต่ออัคฮุนด์ซาดา ซึ่งนั่งคุมอำนาจจากฐานที่มั่นในกันดาฮาร์ โดยอัคฮุนด์ซาดามุ่งผลักดันอัฟกานิสถานไปการเป็น “รัฐอิสลาม” ที่เคร่งครัด แยกตัวจากโลกสมัยใหม่ และมีผู้นำศาสนาที่ภักดีต่อเขาควบคุมทิศทางทุกแง่มุมของสังคม

อีกกลุ่มอำนาจหนึ่งประกอบด้วย สมาชิกตาลีบันผู้ทรงอำนาจ ส่วนใหญ่คุมฐานอำนาจอยู่ในเมืองหลวงคาบูล โดยมี อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตาลีบัน ซึ่งยังคงได้รับความภักดีอย่างสูง เป็นผู้นำโดยพฤตินัย กลุ่มนี้แม้จะยังยึดถือการตีความศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด แต่ก็เปิดช่องที่จะปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจประเทศ และแม้กระทั่งเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงและผู้หญิงได้รับการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังคงถูกจำกัดการศึกษาไว้เพียงระดับชั้นประถมเท่านั้น

ข้อมูลนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ส่งสัญญาณให้เห็นถึงความเห็นขัดแย้งที่แตกต่างภายในตาลีบัน ซึ่งแหล่งข่าววงในรายหนึ่งอธิบายถึงสถานการณ์นี้ว่าเป็น “สำนักกันดาฮาร์” ปะทะ “สำนักคาบูล”

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ ขั้วอำนาจคาบูล ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีตาลีบัน นักรบผู้ทรงอิทธิพล และนักวิชาการศาสนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสาวกตาลีบันหลายพันคน จะกล้าท้าทายอำนาจที่ทวีความเป็นเผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆ ของอัคฮุนด์ซาดาได้อย่างแท้จริงและจะนำไปสู่การล่มสลายของระบอบตาลีบันอย่างที่ผู้นำหวั่นกลัวหรือไม่ เป็นสิ่งที่โลกภายนอกต้องติดตามดู