จี้ขอโทษ! ยุโรป ดาหน้าจวก ‘ทรัมป์’ กล่าวหาทหารพันธมิตรนาโต ไม่ออกแนวหน้าในสมรภูมิอัฟกัน
บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับชาติยุโรปยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด นับจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาขู่จะครอบครองกรีนแลนด์แม้ใช้กำลังก่อนหน้านี้ ล่าสุด ชาติพันธมิตรยุโรปต่างแสดงความไม่พอใจและพากันออกมาประณามทรัมป์ที่กล่าวหาว่าทหารชาติพันธมิตรยุโรปในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หลีกเลี่ยงการอยู่แนวหน้าในสมรภูมิรบอัฟกานิสถาน
เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร กล่าวถึงเรื่องนี้กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 23 มกราคมว่า คำพูดของผู้นำสหรัฐนั้นเป็นการ “ดูหมิ่นและน่าตกใจอย่างยิ่ง” ซึ่งตนไม่แปลกใจที่มันจะสร้างความเจ็บปวดให้กับครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐขอโทษหรือไม่ สตาร์เมอร์กล่าวว่า หากตนพูดผิดในลักษณะนั้นหรือคำพูดแบบนั้น ตนจะขอโทษอย่างแน่นอน
ทั้งนี้มีทหารอังกฤษมากถึง 457 นายที่เสียชีวิตจากการเข้าร่วมสงครามอัฟกานิสถานที่นำโดยสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสงครามนอกประเทศที่คร่าชีวิตทหารอังกฤษมากที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1950
ด้านเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งทรงเคยเข้าร่วมในสมรภูมิรบอัฟกานิสถานด้วยพระองค์เองทรงกล่าวแสดงความเห็นเช่นกันว่า การเสียสละเหล่านั้นสมควรได้รับการพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา และด้วยความเคารพ “เราจ่ายด้วยเลือดเนื้อเพื่อพันธมิตรนี้ เราคาดหวังคำขอโทษสำหรับคำพูดนี้”
ขณะที่นายเดวิด ฟาน วีล รัฐมนตรีต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ประณามคำพูดดังกล่าวของทรัมป์เกี่ยวกับอัฟกานิสถานว่า ไม่เป็นความจริงและขาดความเคารพ
นายวลาดิสลาฟ โคซิเนียก-คามิช รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ กล่าวว่า การเสียสละของโปแลนด์จะไม่มีวันถูกลืมและต้องไม่ถูกลดคุณค่าคำพูดของทรัมป์เป็น “ความไม่รู้”
ส่วนโรมัน โพลโก นายพลเกษียณอายุราชการของโปแลนด์และอดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถานและอิรักกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ทรัมป์ได้ “ก้าวข้ามเส้นแดง เราจ่ายด้วยเลือดเพื่อพันธมิตรนี้ เราเสียสละชีวิตของเราอย่างแท้จริง”
การแสดงความไม่พอใจของหลายชาติพันธมิตรยุโรปมีขึ้นหลังจากทรัมป์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Mornings With Maria ของ Fox Business Network เมื่อวันที่ 22 มกราคมว่า สหรัฐไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ทั้งกล่าวหาว่าทหารพันธมิตรเหล่านั้นอยู่ห่างจากแนวหน้าเล็กน้อยในอัฟกานิสถาน
คำพูดดังกล่าวของทรัมป์ยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดที่มีอยู่แล้วกับพันธมิตรยุโรป หลังจากที่ทรัมป์ใช้เวทีการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งสัญญาณอีกครั้งว่าเขาต้องการเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์
ทั้งนี้ภายใต้สนธิสัญญาก่อตั้งนาโต สมาชิกมีพันธกรณีผูกพันด้วยมาตรา 5 ในธรรมนูญนาโตว่าด้วยการป้องกันร่วมกันซึ่งถือว่าการโจมตีประเทศหนึ่งคือการโจมตีทุกประเทศ โดยมาตรานี้ถูกใช้เพียงครั้งเดียวหลังเกิดเหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐเมื่อ 11 กันยายน 2001 ซึ่งกลุ่มพันธมิตรนาโตให้คำมั่นจะสนับสนุนสหรัฐตลอดช่วงการทำสงครามอัฟกานิสถานเพื่อกวาดล้างเครือข่ายก่อการร้าย

