ฝ่ากระแส! รัฐสภาอินโด มติเอกฉันท์ ตั้งหลานชาย ปธน.ปราโบโว นั่งรองผู้ว่าแบงก์ชาติ
เมื่อวันที่ 27 มกราคม รัฐสภาอินโดนีเซียได้มีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งนายโธมัส จิวันโดโน อายุ 53 ปี หลานชายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย แม้จะมีข้อห่วงกังวลว่าการแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอาจบั่นทอนความเป็นอิสระในการดำเนินงานของแบงก์ชาติอินโดนีเซียก็ตาม
นายซาอัน มุสตาฟา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังมีมติดังกล่าวว่า หวังว่าอำนาจที่ได้รับมอบนี้จะได้รับการปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและชาญฉลาด และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างนโยบายการเงิน รักษาเสถียรภาพทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้เมื่อวันจันทร์(26 ม.ค.) คณะกรรมาธิการกำกับดูแลการเงินประจำรัฐสภาอินโดนีเซีย ได้รับรองการตั้งนายโธมัสเป็นรองผู้ว่าแบงก์ชาติอินโดนีเซียคนใหม่ โดยตัดเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียมืออาชีพสองคนออกไป
อย่างไรก็ดี นายมุคามัด มิสบาคุน ประธานคณะกรรมาธิการการเงินฯ กล่าวว่า นายโธมัสได้ผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายและมีวิสัยทัศน์ในการสร้างความสอดประสานระหว่างนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน
ภายหลังได้รับการอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว นายโธมัสจะต้องสาบานตนเข้ารับตำแหน่งต่อศาลฎีกา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดวันชัดเจน
การเสนอชื่อนายโธมัสให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในสถาบันหลักสำคัญของชาติ ได้จุดความกังวลให้กับกลุ่มนักลงทุนส่วนหนึ่งเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ที่ 16,985 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นหลังจากธนาคารกลางอินโดนีเซียคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมเพื่อพยุงค่าเงิน
ด้านซีเอ็นบีซี อินโดนีเซีย รายงานว่า นายโธมัสได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังได้รับการแต่งตั้งว่า เขาจะรักษาความเป็นอิสระของแบงก์ชาติอินโดนีเซีย
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความกังวลของตลาดก่อนหน้านี้ นายโธมัสกล่าวว่า เขาจะถูกตัดสินได้จากผลงานของเขาเท่านั้น พร้อมกล่าวว่าเขาได้ลาออกจากพรรคเกรินดราของนายปราโบโวแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้นายโธมัสยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานการทำงานระหว่างธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบายการคลังและหน่วยงานอื่นๆ ในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ แต่ย้ำว่าไม่มีสิ่งใดควรลดทอนความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ

