ชาวญี่ปุ่น ฝ่าหนาว โบกมือลา ‘เสี่ยวเสี่ยว-เหล่ยเหล่ย’ แพนด้ายักษ์คู่สุดท้าย ส่งกลับปท.จีน
คนรักแพนด้าชาวญี่ปุ่นนับหลายร้อยคนฝ่าสภาพอากาศที่หนาวเย็น เพื่อมาอำลา “เสี่ยวเสี่ยว”และ”เหล่ยเหล่ย” แพนด้าแฝด อายุ 4 ปี เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่แพนด้ายักษ์คู่นี้ซึ่งเป็นสองตัวสุดท้ายในญี่ปุ่น ถูกเคลื่อนย้ายออกจากสวนสัตว์อุเอโนะ ในกรุงโตเกียว เพื่อส่งกลับประเทศจีนในวันอังคาร(27 ม.ค.)

บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้าอาลัย โดยเหล่าคนรักแพนด้าพากันสวมหมวกรูปแพนด้าและโบกธง นำสมาร์ทโฟนมาถ่ายบันทึกภาพห้วงเวลาขณะรถบรรทุกนำตัวเสี่ยวเสี่ยวและเหล่ยเหล่ยออกจากสวนสัตว์อุเอโนะ มุ่งหน้าไปยังสนามบินนาริตะ เพื่อนำส่งไปยังศูนย์เพาะพันธ์ในประเทศจีนต่อไป ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นจะไม่มีแพนด้ายักษ์อยู่ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี
ยูทากะ ฟุคุดะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์อุเอโนะ กล่าวในแถลงข่าวถึงการส่งกลับแพนด้ายักษ์จีนว่า เสี่ยวเสี่ยว และ เหล่ยเหล่ย เป็นที่รักของคนมากมาย ความรู้สึกของเขาจึงค่อนข้างสับสน เขารู้สึกขอบคุณและยังคาดหวังถึงความเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามเพาะพันธุ์แพนด้าในอนาคต แต่เขาก็ยังรู้สึกเศร้ากับการจากไปของเสี่ยวเสี่ยว และ เหล่ยเหล่ย

ตามรายงานระบุว่า แม้การส่งคืนแพนด้ายักษ์จีนให้กับปักกิ่งจะมีการวางแผนมานานแล้ว แต่การส่งคืนแพนด้ายักษ์คู่นี้ถูกมองว่าสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นที่เสื่อมทรามลงเมื่อเร็วๆ นี้ จากถ้อยคำความเห็นของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ไปแตะต้องประเด็นเรื่องไต้หวันที่รัฐบาลปักกิ่งถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน จนสร้างความไม่พอใจให้กับปักกิ่งเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้จีนได้ดำเนินการทูตแพนด้ามาเป็นเวลายาวนาน โดยมีการให้ยืมตัวเป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีกับชาติพันธมิตร และจะมีการส่งคืนจีนเมื่อข้อตกลงให้ยืมครบกำหนด แต่ในบางครั้งจีนก็เรียกคืนเพื่อแสดงถึงความไม่พอใจของทางการปักกิ่งเมื่อเกิดประเด็นปัญหาใดๆ ขึ้น

สำหรับเสี่ยวเสี่ยวและเหล่ยเหล่ย เกิดที่สวนสัตว์เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2021 และเป็นตัวดึงดูดสำคัญของสวนสัตว์นับตั้งแต่พ่อแม่ของพวกมันจากไปในปี 2024 โดยแพนด้าคู่แรกจากจีนเดินทางถึงญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 1972 หลังจากทั้งสองประเทศปรับความสัมพันธ์ในระดับปกติระหว่างกัน

