หน้าแรก ต่างประเทศ ศาลเกาหลีใต้ ...

ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ‘คิม กอนฮี’ อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง คดีรับสินบน

28.01.26 | 14:22 น.
นางคิม กอนฮี อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ‘คิม กอนฮี’ อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง คดีรับสินบน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม ผู้พิพากษาศาลแขวงกลางโซลสั่งตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ต่อนางคิม กอนฮี อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง ผู้เป็นภรรยาของนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หลังจากพบว่าเธอกระทำความผิดในคดีรับสินบนจากเจ้าหน้าที่โบสถ์แห่งความสามัคคีเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง อย่างไรก็ดี ศาลได้ยกฟ้องเธอในข้อหาปั่นหุ้นและละเมิดกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง

นางคิมอยู่ในชุดสีดำนั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดีด้วยความสงบนิ่ง ขณะผู้พิพากษาศาลอ่านคำวินิจฉัย

ขณะที่ทนายความของเธอกล่าวว่าทีมทนายจะทบทวนคำตัดสินและตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีรับสินบนหรือไม่

ภาพรอยเตอร์

คำตัดสินของศาลซึ่งทั้งฝ่ายจำเลยหรืออัยการสามารถยื่นอุทธรณ์คัดค้านได้ มีขึ้นท่ามกลางการพิจารณาหลายคดีที่สืบเนื่องจากการสอบสวนเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎอัยการศึกของนายยุนในปี 2024 และกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับสามีภรรยาที่เคยทรงอิทธิพลอย่างมากคู่นี้

Advertisement

ก่อนหน้านี้อัยการได้ร้องขอต่อศาลให้ลงโทษจำคุกนางคิมเป็นเวลา 15 ปี และปรับเงินอีก 2,900 ล้านวอน หรือกว่า 61.8 ล้านบาท ในกรณีที่เธอถูกกล่าวหาว่าได้รับกระเป๋าแบรนด์หรู Chanel และสร้อยคอเพชรราคาแพงจากโบสถ์แห่งความสามัคคีเพื่อแลกกับการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง

กระนั้นศาลพบว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ว่านางคิมกระทำผิดในคดีปั่นหุ้นและละเมิดกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง โดยรับผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองเพื่อแลกกับการมีอิทธิพลต่อการเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง

นางคิมได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่โบสถ์แห่งความสามัคคีอ้างว่าได้มอบของขวัญเหล่านั้นให้นางคิมโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

ขณะที่นางฮัน ฮักจา ผู้นำโบสถ์ ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีอยู่เช่นกัน ปฏิเสธว่าเธอไม่ได้สั่งให้ทางโบสถ์ติดสินบนนางคิม

สำหรับนายยุน ผู้เป็นสามี ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งถอดถอนพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา กำลังเผชิญการถูกไต่สวนคดีในหลายข้อหาเช่นกัน รวมถึงการก่อกบฎ หลังจากเขาประสบความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎอัยการศึกในประเทศเมื่อเดือนธันวาคมปี 2024 โดยอ้างเหตุผลว่าประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคาม

เมื่อต้นเดือนนี้เขาได้ยื่นอุทธรณ์โทษจำคุก 5 ปี ที่เขาเผชิญในคดีขัดขวางการจับกุมตัวเขาหลังการประกาศใช้กฎอัยการศึก