รายงานเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐ ร่วงสุดในรอบ 11 ปีครึ่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 11 ปีครึ่งในเดือนมกราคม ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลงและราคาสินค้าต่างๆ ที่ยังพุ่งสูง ทำให้ครัวเรือนในสหรัฐระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากกว่าปกติ
Conference Board หน่วยงานไม่แสวงผลกำไรที่มีสำนักงานในนครนิวยอร์ก รายงานเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคม ว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดต่ำลงจากเดิม 9.7 จุดเหลืออยู่ที่ 84.5 จุดในเดือนมกราคม ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2014 เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดไว้ที่ 90.9 จุด
นอกจากนั้น สัดส่วนของผู้บริโภคที่มองว่าตลาดแรงงานมีตำแหน่งงานเหลืออยู่มากนั้นลดลงเหลือ 23.9% จากเดิมที่ 27.5% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 ขณะที่ผู้บริโภคที่มองว่าหางานยากมีจำนวนเพิ่มขึ้น 20.8% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 เช่นกัน
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงนั้นเกิดขึ้นกับชาวอเมริกันในทุกกลุ่มการเมืองและผู้ที่ตอบแบบสอบถามที่ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดมีแนวโน้มที่จะมีความเชื่อมั่นน้อยที่สุด นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนกังวลว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงมาจากมุมมองในแง่ลบเกี่ยวกับตลาดแรงงาน กลุ่มคนที่มีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงมากที่สุดคือคนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป รวมถึงครัวเรือนที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 15,000 ดอลลาร์และคนที่มีรายได้ประมาณ 50,000 ดอลลาร์หรือมากกว่า นอกจากนั้น ครัวเรือนที่มีรายได้สูงก็มีความเชื่อมั่นที่ลดลงเช่นกัน แม้ว่าตามปกติกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายจ่ายที่เข้มแข็ง
ตัวเลขเชิงลบต่างๆ เกี่ยวกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อตลาดแรงงานของสหรัฐสอดคล้องไปกับอัตราการว่างงานของรายงานการจ้างงานประจำเดือนของกระทรวงแรงงานสหรัฐ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของอัตราการว่างงานในเดือนมกราคม นักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นว่านโยบายด้านการค้าและการอพยพเข้าเมืองที่รุนแรงของทรัมป์ทำให้อุปสงค์และอุปทานของแรงงานลดลง ขณะที่ธุรกิจต่างๆ ยังคงลังเลที่จะจ้างงานเพิ่มเพราะบริษัทต่างๆ หันไปลงทุนในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ
เรื่องนี้อาจเป็นแรงกดดันให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตค่าครองชีพที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์และฝ่ายค้านของทรัมป์โจมตีว่าเป็นเพราะนโยบายของทรัมป์ เช่นการขึ้นภาษีศุลกากรแก่ประเทศคู่ค้าต่างๆ
ดานา ปีเตอร์สัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Conference Board กล่าวว่าราคาน้ำมัน ก๊าซ อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงอยู่ในระดับที่สูงอยู่ บรรดาผู้บริโภคยังพูดถึงเรื่องมาตรการภาษี การค้า การเมือง และตลาดแรงงาน มากขึ้นเช่นเดียวกับเรื่องประกันสุขภาพและสงคราม

