หน้าแรก ต่างประเทศ รีบตัดสินใจ! ...

รีบตัดสินใจ! ‘ทรัมป์’ ขู่เตหะราน เซ็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ไม่งั้นเจอถล่มหนักกว่าครั้งก่อน

29.01.26 | 10:38 น.
REUTERS

รีบตัดสินใจ! ‘ทรัมป์’ ขู่เตหะราน เซ็นข้อตกลงนิวเคลียร์ ไม่งั้นเจอถล่มหนักกว่าครั้งก่อน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ออกมาขู่อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 มกราคม ให้เข้ามาสู่โต๊ะเจรจาและลงนามข้อตกลงด้านอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐ ไม่อย่างนั้นสหรัฐจะทำการโจมตีอิหร่านที่จะสร้างความเสียหายมากกว่าครั้งก่อน

ทรัมป์โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียว่า “หวังว่าอิหร่านจะรีบเข้ามาสู่โต๊ะเจรจาในข้อตกลงที่ยุติธรรม เพื่อไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะเป็นข้อตกลงที่ดีกับทุกฝ่าย เวลากำลังหมดลงและเรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง” ทรัมป์ขู่อีกว่าการโจมตีครั้งต่อไปของสหรัฐจะเลวร้ายกว่าครั้งก่อนหน้ามาก และเตือนอิหร่านว่าอย่าให้สหรัฐต้องทำเช่นนั้น

ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกามีการเสริมกำลังทหารมากขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งทรัมป์ยืนยันในคำขู่ต่ออิหร่านในครั้งนี้ว่ากองเรือของสหรัฐกำลังมุ่งหน้าไปอิหร่าน ทั้งนี้ ทรัมป์เองเป็นคนถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติมหาอำนาจในปี 2015

ด้านอาลี ชามคานี ที่ปรึกษาของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมาตอบโต้คำขู่ของทรัมป์ โดยบอกว่าหากสหรัฐดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ทางเตหะรานจะพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐ อิสราเอล และผู้ที่สนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านออกมาเตือนเช่นกันว่ากองทัพอิหร่านพร้อมลั่นไกเพื่อตอบโต้ต่อการรุกรานใดๆ อย่างทันทีและรุนแรง

Advertisement

ในตอนนี้ สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน และคาดว่าเดินทางถึงตะวันออกกลางแล้วพร้อมกับเรือรบสนับสนุน ตามคำสั่งของทางการสหรัฐหลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว จากการที่รัฐบาลอิหร่านปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่าทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องการสั่งโจมตีอิหร่าน แต่การที่รัฐบาลอิหร่านอ่อนแอลงทำให้เป็นผลดีต่อสหรัฐให้เดินหน้ากดดันอิหร่านให้ยอมวางอาวุธนิวเคลียร์และกดดันอิหร่านในเรื่องอื่นๆ

นอกจากสหรัฐแล้ว สหภาพยุโรปเตรียมจัดให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเป็นองค์กรก่อการร้าย หลังฝรั่งเศสออกมาแสดงจุดยืนเมื่อวันที่ 28 มกราคม ว่าสนับสนุนเรื่องดังกล่าว บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของอียูเตรียมหารือกันที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมในวันที่ 29 มกราคม และคาดว่าจะมีการลงนามการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่จากการปราบปรามผู้ประท้วง