ฆาตกรฆ่าตัดหัวด.ญ.วัย 3 ขวบ รอดโทษประหาร ศาลไต้หวันสั่งจำคุกตลอดชีวิต ชี้จำเลยจิตบกพร่อง

แฟ้มภาพขณะชาวไต้หวันนำช่อดอกไม้มาวางไว้อาลัยแก่เด็กหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ

ฆาตกรฆ่าตัดหัวเด็กหญิงวัยเพียง 3 ขวบ ในเหตุฆาตกรรมช็อกความรู้สึกชาวไต้หวันทั่วประเทศเมื่อปีก่อน รอดโทษประหารชีวิต โดยศาลตัดสินโทษเพียงจำคุกตลอดชีวิต ในการพิจารณาคดีที่มีขึ้นที่ศาลแขวงไทเป ในกรุงไทเปของไต้หวัน เมื่อวันศุกร์(12 พ.ค.)

ข่าวแจ้งว่า แม้อัยการจะร้องขอให้ศาลตัดสินโทษประหารชีวิตนายหวัง จิ่ง วี่ ชายชาวไต้หวันอายุ 34 ปี จำเลยในคดีนี้ โดยชี้ว่าการฆาตกรรมเด็กหญิงผู้ตกเป็นเหยื่อของนายหวังเป็นการกระทำที่่เลือดเย็นยิ่ง และว่า จากรายงานด้านสุขภาพจิตชี้ว่าจำเลยมีสภาพจิตใจที่แข็งแรงพอที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้ จึงเห็นควรให้ศาลลงโทษประหารชีวิต ทว่าทนายฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่านายหวังมีความผิดปกติทางจิต จึงควรได้รับโทษจำคุกในกรอบเวลาที่จำกัดหรือส่งไปรักษาตัว

อย่างไรก็ตาม ในที่สุด นายไช่ ซัว ซวิ่น ผู้พิพากษาศาลแขวงไทเป ได้มีคำพิพากษาโทษจำเลยเพียงจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากเห็นว่าจำเลยมีความบกพร่องทางจิต


ด้านนายหวังมีท่าทีสงบนิ่งขณะฟังคำวินิจฉัยตัดสินของศาลและกล่าวตอบรับเพียงว่า “ผมเข้าใจ” ขณะที่ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ไม่มีครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเข้าร่วมรับฟังคำตัดสินด้วยแต่อย่างใด

ข่าวแจ้งว่า นายหวังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่เกิดเหตุหลังจากใช้มีดทำครัวฆ่าตัดหัวเด็กอย่างเลือดเย็น โดยไม่สนใจผู้คนที่ผ่านมาและพยายามเข้าขัดขวาง แต่ไม่เป็นผล โดยก่อนหน้านี้นายหวังได้จัดการกับแม่เด็กใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินไปก่อนแล้วในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ในระหว่างให้การในชั้นศาลก่อนหน้านี้ นายหวังกล่าวว่าเขาเเห็นภาพหลอนว่าตนเองเป็นจักรพรรดิ์จีนจากมณฑลเสฉวนและเชื่อว่าการฆ่าเด็กผู้หญิงจะทำให้เขาสามารถมีภรรยาน้อยมาดูแลครอบครัวของเขาได้

คดีฆาตกรรมอันเลือดเย็นนี้ส่งผลให้ชาวไต้หวันหลายร้อยคนพากันออกมาใส่เสื้อดำติดสติ๊กเกอร์เขียนว่า “โทษประหารชีวิตเป็นสิ่งจำเป็น” พร้อมเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตนายหวัง ทั้งนี้ ไต้หวันได้นำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้อีกครั้งในปี 2553 หลังจากมีการระงับใช้โทษนี้ไปเป็นเวลา 5 ปี โดยโทษประหารจะสงวนไว้ใช้กับการก่ออาชญากรรมร้ายแรง เช่น คดีฆาตกรรม