หน้าแรก ต่างประเทศ Dow ยักษ์ใหญ่...

Dow ยักษ์ใหญ่เคมีภัณฑ์สหรัฐ ปลดพนง. 4.5 พันตำแหน่ง ปรับตัวสู่ยุค AI

29.01.26 | 22:37 น.
dow
(AP Photo/Paul Sancya, File)

Dow ยักษ์ใหญ่เคมีภัณฑ์ ปลดพนักงาน 4,500 ตำแหน่ง ปรับตัวสู่ยุค AI ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐ

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ระดับโลก อย่าง Dow Inc. ออกแถลงการณ์สะเทือนวงการ ประกาศแผนลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 4,500 ตำแหน่งทั่วโลก เพื่อมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ

โดย Dow ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมิดแลนด์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา แจ้งว่า บริษัทคาดว่าจะต้องจ่ายเงินชดเชยจากการเลิกจ้างพนักงานเป็นมูลค่าประมาณ 600-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,000-28,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อลดความซ้ำซ้อนของระบบงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการ

ข่าวระบุว่า หลังข่าวการปลดพนักงานเผยแพร่ออกมา หุ้นของบริษัท Dow Inc. ซึ่งมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 34,600 คน ได้ปรับลดลง 2 เปอร์เซ็นต์ ก่อนตลาดหุ้นเปิดทำการ

โดยเมื่อเดือนมกราคม 2025 ผู้บริหารของ Dow เคยประกาศว่า บริษัทต้องการลดต้นทุนให้ได้ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเตรียมปลดพนักงานราว 1,500 คนทั่วโลก ต่อมา ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน Dow ได้ประกาศปิดโรงงานในยุโรป 3 แห่ง ส่งผลให้มีพนักงานตกงานเพิ่มอีกประมาณ 800 คน

เอพีรายงานว่า การปลดพนักงานของ Dow เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่บริษัทใหญ่ในสหรัฐหลายแห่ง ประกาศลดคนพร้อมกันในสัปดาห์นี้ หลังตลาดแรงงานเผชิญความยากลำบากมาตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Amazon ที่ปลดพนักงานสายบริหารกว่า 16,000 คน เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา หลังเพิ่งปลดไปแล้ว 14,000 คน เมื่อ 3 เดือนก่อน ขณะที่บริษัท ขนส่ง UPS ระบุว่า จะปลดพนักงานฝ่ายปฏิบัติการสูงสุดถึง 30,000 คน ภายในปีนี้ และ Pinterest ประกาศจะลดพนักงานเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า มาจากการใช้ AI มากขึ้น

Advertisement

ขณะที่ผู้นำธุรกิจหลายราย มองว่า การปลดพนักงานเกิดจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง วัตถุดิบ หรือผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ลดลงจนอยู่ในระดับต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา

ข่าวระบุว่า สถานการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นพร้อมกับการที่บริษัทต่างๆ ลดจำนวนพนักงานลง และนำงบประมาณไปลงทุนในเทคโนโลยี AI มากขึ้น ซึ่งมักจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่