หน้าแรก ต่างประเทศ สหรัฐเพิ่มไทย...

สหรัฐเพิ่มไทย ‘ประเทศเฝ้าระวัง’ หลังดุลบัญชีเดินสะพัดทั่วโลก-ดุลการค้ามะกันเพิ่ม

30.01.26 | 14:15 น.
REUTERS

สหรัฐเพิ่มไทย ‘ประเทศเฝ้าระวัง’ หลังดุลบัญชีเดินสะพัดทั่วโลก-ดุลการค้ามะกันเพิ่ม

กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อวันที่ 29 มกราคม เพิ่มประเทศไทยเข้าไปใน “บัญชีเฝ้าระวัง” (monitoring list) ของประเทศที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยมีการขยายตัวของดุลบัญชีเดินสะพัด และยังมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐ

เกณฑ์ในการพิจารณาว่าประเทศใดต้องอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังดังกล่าวของสหรัฐมี 3 ข้อ คือ 1.ได้ดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐอย่างน้อย 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.มีดุลบัญชีเดินสะพัดทั่วโลกเกินดุลอย่างน้อย 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และ 3.มีการเข้าซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิอย่างต่อเนื่องและในทิศทางเดียว ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 2% ของจีดีพี ซึ่งทำให้ถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงค่าเงิน โดยในส่วนของไทยพบว่าเข้าข่าย 2 ใน 3 ข้อ จึงถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีเฝ้าระวังโดยอัตโนมัติ

คำประกาศดังกล่าวทำให้ไทยกลายเป็นรายชื่อที่ 10 ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของกระทรวงการคลังสหรัฐ ร่วมกับประเทศและเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งมีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในรายชื่อก่อนหน้านี้

กระทรวงการคลังสหสรัฐระบุว่า กำลังเสริมความเข้มงวดในการตรวจสอบแนวปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่างๆ รวมถึงการแทรกแซงตลาดเงินเพื่อรับมือการอ่อนค่าและการแข็งค่าของสกุลเงินเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ได้มีการกล่าวหาคู่ค้ารายสำคัญรายใดว่ามีการบิดเบือนค่าเงิน

Advertisement

โดยในรายงานอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินประจำครึ่งปีฉบับล่าสุด กระทรวงการคลังระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 และ 6 เดือนแรกของปี 2025 ยังไม่มีคู่ค้ารายใหญ่รายใดเข้าเกณฑ์ครบทั้ง 3 ข้อ ที่จะต้องถูกสถานะไปเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกเป็นพิเศษเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยน

โดยปกติรายงานฉบับนี้จะมุ่งเน้นไปที่ว่าประเทศต่างๆ มีการแทรกแซงค่าเงินในลักษณะทางเดียว หรือมีการบิดเบือนอื่นใด เพื่อสกัดการแข็งค่าของสกุลเงินเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาราคาสินค้าที่ส่งออกให้ยังคงแข่งขันได้ในตลาดหรือไม่

กระทรวงการคลังสหรัฐยังระบุว่า ในอนาคตจะทำการติดตามในวงกว้างมากขึ้นว่า โดยจะติดตามดูพฤติกรรมทั้งสองด้านของการแทรกแซงค่าเงินของประเทศต่างๆ ทั้งในช่วงที่เงินอ่อนค่าและแข็งค่าไปพร้อมๆ กัน

กระทรวงการคลังยังระบุว่า สำหรับประเทศที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง จะมีการวิเคราะห์ด้วยว่านโยบายอื่นๆ ของรัฐ มีอิทธิพลต่อตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ เช่น การควบคุมเงินทุน มาตรการควบคุมเสถียรภาพทางการเงินระดับมหภาค หรือการใช้เครื่องมือการลงทุนของรัฐหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญ