มะกัน ปล่อยแฟ้มลับเพิ่ม คดีกามฉาว ‘เอปสตีน’ เผยจัดสาวรัสเซียให้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์-‘บิล เกตส์’ ติดโรค
กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่เอกสารชุดใหม่หลายล้านไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักการเงิน อดีตผู้กระทำผิดคดีทางเพศผู้ล่วงลับ ต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 30 มกราคม โดยเป็นเอกสารทั้งหมดจำนวน 3 ล้านหน้า วิดีโอ 2,000 รายการ และรูปภาพ 180,000 รูป ซึ่งไม่เพียงเผยให้เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เอปสตีนถูกคุมขังในเรือนจำ รายงานการประเมินสภาพจิตใจและการเสียชีวิตของเขาขณะอยู่ในการควบคุมตัว ตลอดจนบันทึกการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับ กิสเลน แม็กซ์เวลส์ หญิงคนใกล้ชิดของเอปสตีนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในการช่วยเอปสตีนค้ามนุษย์เด็กหญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเท่านั้น
แต่เอกสารเหล่านี้ยังเผยให้เห็นอีเมล์ที่เอปสตีนติดต่อกับกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน ซึ่งรวมถึงบุคคลที่เข้าใจว่าเป็นอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก พระอนุชาในกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่มีการแนะนำสาวรัสเซียให้ และบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ที่เอปสตีนอ้างว่า เกตส์ ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากสาวรัสเซีย
เอกสารดังกล่าวเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างเอปสตีนกับชนชั้นนำในสหราชอาณาจักร รวมถึงอีเมล์หลายฉบับที่เป็นการติดต่อกันระหว่างเอปสตีนกับบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “The Duke” หรือเดอะ ดยุก ซึ่งเชื่อว่าเป็นอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือนามปัจจุบันคือ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ที่มีการพูดคุยกันถึงการนัดดินเนอร์ที่พระราชวังบักกิงแฮมซึ่งถูกระบุว่าเป็นสถานที่ที่ “มีความเป็นส่วนตัวสูง”
อีเมล์อีกฉบับ เอปสตีนเสนอที่จะแนะนำสาวรัสเซีย วัย 26 ปี ให้กับเดอะ ดยุก โดยอีเมล์เหล่านี้ลงนามด้วยตัวอักษร “A” พร้อมลายเซ็นที่ดูเหมือนจะเขียนว่า “HRH Duke of York KG” อีเมล์เหล่านี้มีการส่งหากันในเดือนสิงหาคมปี 2010 ราว 2 ปี หลังจากเอปสตีนรับสารภาพผิดฐานล่อลวงผู้เยาว์ อย่างไรก็ดี อีเมล์เหล่านี้ไม่ได้บ่งชี้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายใดๆ
บีบีซีระบุว่า ได้ติดต่อแอนดรูว์ไปเพื่อขอคำชี้แจงในเรื่องนี้ แต่เขาปฏิเสธและย้ำมาโดยตลอดว่าไม่ได้กระทำผิดใดๆ

ชื่อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยังถูกกล่าวพาดพิงถึงหลายร้อยครั้งในเอกสารชุดใหม่ที่เปิดเผยออกมาครั้งล่าสุด โดยทรัมป์เคยมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับเอปสตีน แต่ทรัมป์อ้างว่าได้ยุติความสัมพันธ์กับอดีตนักการเงินผู้อื้อฉาวรายนี้ไปนานแล้ว และยังปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่รู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศของเอปสตีน
ในบรรดาเอกสารใหม่ มีรายการหนึ่งที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) จัดทำขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรวบรวมข้อกล่าวหาที่มีต่อทรัมป์จากผู้โทรแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วนของศูนย์ปฏิบัติการด้านภัยคุกคามแห่งชาติ โดยข้อกล่าวหาจำนวนมากดูเหมือนมาจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบและถูกแจ้งเข้ามาโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุน รวมถึงข้อกล่าวหาจำนวนมากเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศที่พาดพิงถึงทรัมป์ เอปสตีน และบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ โดยทรัมป์ปฏิเสธมาโดยตลอดเช่นกันว่าไม่ได้กระทำความผิดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนและเหยื่อของเขา
บีบีซีรายงานว่า เมื่อมีการสอบถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาล่าสุด ทั้งทำเนียบขาวและกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ต่างอ้างถึงข้อความส่วนหนึ่งในแถลงข่าวที่เผยแพร่พร้อมเอกสารชุดใหม่นี้ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า เอกสารบางส่วนมีข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงและเป็นการกล่าวเกินจริงต่อประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งถูกส่งให้เอฟบีไอในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งปี 2020 ไม่นาน พร้อมชี้แจงว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีมูลความจริงและเป็นเท็จ ไม่เช่นนั้นก็คงถูกนำมาใช้โจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ไปก่อนหน้านั้นแล้ว
เอกสารชุดใหม่นี้ยังระบุถึงข้อกล่าวหาที่น่าตกใจเกี่ยวกับ บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ว่าติดโรคทางเพศสัมพันธ์ โดยอีเมล์ 2 ฉบับลงวันที่ 18 กรกฎาคม ปี 2013 ซึ่งดูเหมือนเอปสตีนเป็นผู้เขียนขึ้น แต่ไม่ชัดเจนว่าอีเมล์เหล่านี้เคยถูกส่งถึงเกตส์หรือไม่ ทั้งสองฉบับถูกส่งจากบัญชีอีเมล์ของเอปสตีนและส่งกลับไปยังบัญชีเดียวกัน โดยไม่ปรากฏอีเมล์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกตส์ และอีเมล์ทั้งสองฉบับไม่มีการลงชื่อ
อีเมล์ฉบับหนึ่งถูกเขียนเหมือนเป็นจดหมายลาออกจากมูลนิธิบิลแอนด์เมลินดาเกตส์ และมีการร้องเรียนว่าผู้เขียนต้องจัดหายาให้เกตส์ เพื่อจัดการกับผลที่ตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์กับสาวรัสเซีย ส่วนอีกฉบับขึ้นต้นด้วยคำว่า “dear Bill” มีถ้อยความแสดงความไม่พอใจที่เกตส์ตัดสัมพันธ์ และยังอ้างว่าเกตส์พยายามปกปิดเรื่องการติดโรคจากเพศสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้เมลินดา ภรรยาของเกตส์ในขณะนั้นได้รับรู้
โฆษกของเกตส์ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเกตส์ที่ปรากฏในเอกสารล่าสุดนี้ โดยระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไร้สาระโดยสิ้นเชิงและไม่เป็นความจริงอย่างเด็ดขาด และว่า สิ่งเดียวที่เอกสารเหล่านี้แสดงให้เห็นคือความไม่พอใจของเอปสตีนที่เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับเกตส์ และความพยายามสุดโต่งที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อใส่ร้ายและทำลายชื่อเสียงเกตส์
การเผยแพร่เอกสารลับคดีเอปสตีนชุดล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้พลาดเส้นตายไปแล้ว 6 สัปดาห์ ตามกฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนดให้เปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนต่อสาธารณะ
ท็อดด์ บลองช์ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า การเผยแพร่ในวันนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการระบุและตรวจสอบเอกสารอย่างครอบคลุม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อประชาชนชาวอเมริกันและเป็นไปตามกฎหมาย

