สหรัฐ อนุมัติขายอาวุธให้ ‘ซาอุ-อิสราเอล’ 4.89 ล้านล. อิหร่านซัด ‘ทรัมป์-เนทันยาฮู’ จุดตึงเครียด
เพนตากอน หรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อวันที่ 30 มกราคมว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้อนุมัติแผนการขายอาวุธให้กับประเทศซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลแล้ว ซึ่งมีมูลค่ารวมกันกว่า 15,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 4.89 ล้านล้านบาท
เพนตากอนระบุว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้อนุมัติขายขีปนาวุธแพทริออตและยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้กับซาอุฯ มีมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.84 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามคำร้องขอของฝ่ายซาอุฯ ที่จะซื้อขีปนาวุธเสริมสมรรถนะขั้นสูง แพทริออต-3 (PAC-3 MSE) จำนวน 730 ลูก โดยผู้รับสัมปทานหลักสำหรับการขายขีปนาวุธแพทริออต-3 นี้ คือ บริษัท ล็อกฮีดมาร์ติน คอร์ปอเรชั่น
ในส่วนของอิสราเอล กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้อนุมัติขายยุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่อิสราเอลมูลค่ากว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 แสนล้านบาท ในสัญญา 3 ฉบับแยกกัน โดยเป็นการขายยานยนต์ทางยุทธวิธีเบาร่วมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 1,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเฮลิคอปเตอร์ AH-64E Apache อีก 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ยังมีการลงนามในสัญญาทางทหารฉบับที่ 3 มีมูลค่า 740 ล้านดอลลาร์ ซึ่งผู้รับสัญญาหลักฉบับแรก คือ บริษัท AM General LLC ในขณะที่ โบอิ้ง และล็อกฮีดมาร์ติน เป็นบริษัทผู้รับสัญญาการขายเฮลิคอปเตอร์ Apache
เพนตากอนระบุเพิ่มเติมว่า การขายอาวุธครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงดุลยภาพทางทหารในตะวันออกกลางและจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อความพร้อมด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐแต่อย่างใด
การอนุมัติแผนการขายอาวุธของสหรัฐให้กับสองชาติพันธมิตรสำคัญนี้ในตะวันออกกลางมีขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่ล่าสุด ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน กล่าวโทษในวันเสาร์ (31 ม.ค.) นี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และยุโรป เป็นผู้กระพือความตึงเครียดในเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้ โดยใช้ประโยชน์จากปัญหาเศรษฐกิจของอิหร่าน ยุยงให้เกิดความไม่สงบและให้การสนับสนุนประชาชนในการทำลายประเทศในการประท้วงเมื่อเร็วๆ นี้
ท่าทีของประธานาธิบดีอิหร่านอ้างถึงเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นทั่วประเทศ กินเวลานาน 2 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น จนกลายเป็นเหตุประท้วงรุนแรงที่ทางการอิหร่านได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังปราบปราม จนส่งผลให้ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,563 ราย เป็นผู้ประท้วง 6,170 ราย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 214 ราย

