บิตคอยน์ ร่วงต่อเนื่อง ต่ำกว่า 8 หมื่นดอลล์ เหตุนักลงทุนกังวลเรื่องสภาพคล่องมากขึ้น
บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลหลักที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ปรับตัวร่วงลงไป 6.35% มาอยู่ที่ 78,719.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิตคอยน์ ในวันเสาร์(31 ม.ค.)ตามเวลาฟากตะวันออก โดยยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
ในวันศุร์ที่ 30 มกราคม บิตคอยน์ปรับตัวลงอยู่ที่ 81,104 ดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น หลังจาก เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งนักลงทุนและเทรดเดอร์ส่วนหนึ่งกังวลว่าเขาอาจดำเนินนโยบายคุมเข้มสภาพคล่องในระบบการเงิน
รอยเตอร์ระบุว่า วอร์ชเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบภายในธนาคารกลางสหรัฐและต้องการให้เฟดมีงบดุลบัญชีที่เล็กลงเป็นหนึ่งในนโยบายอื่นๆ โดยบิตคอย์และคริปโทเคอร์เรนซีอื่นๆ มักถูกมองว่าได้ประโยชน์จากงบดุลขนาดใหญ่ของเฟด ซึ่งในอดีตมักเพิ่มขึ้นในช่วงที่เฟดอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดเงินที่ช่วยหนุนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและมีการเก็งกำไรสูง
นายไบรอัน เจคอบเซน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Annex Wealth Management ในรัฐวิสคอนซิน กล่าวว่า งบดุลที่พองตัวมากเกินไปของเฟดประกอบกับกฎระเบียบด้านธนาคารที่เข้มงวดเกินจำเป็น ทำให้สภาพคล่องถูกกักไว้ในวอลล์สตรีทแทนที่จะไหลไปสู่เศรษฐกิจภาคประชาชน ส่งผลให้เกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น พันธบัตร คริปโทฯ โลหะมีค่า และหุ้นมีม
ด้านอีเธอร์ อีกสกุลคริปโทฯ ร่วงลงเช่นกัน โดยลดลง 11.76% มาอยู่ที่ 2,387.77 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลโดยรวมยังคงขาดทิศทางนับตั้งแต่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อปีที่แล้ว และถูกทิ้งห่างจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของทองคำและตลาดหุ้น
รอยเตอร์รระบุว่า
คริปโทเคอร์เรนซีกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นยุคทองของเงินทุนไหลเข้าและกฎระเบียบที่เป็นมิตรภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โดยบิตคอยน์ ซึ่งเป็นผู้นำตลาด ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วประมาณ 1 ใน 3 นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

