นิตยสารฟอร์บส์ เผยแพร่ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีของโลกประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมาผลปรากฏว่านายบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลกยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่ 1 อีกครั้ง ขณะที่นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เป็นคนไทยที่รวยที่สุดติดมาในอันดับที่ 94 ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ติดอันดับมหาเศรษฐีของโลกด้วยในอันดับที่ 1,121
ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีของโลกประจำปี 2559 ของนิตยสารฟอร์บส์ ยกให้ “บิล เกตส์” ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลกยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่ 1 อีกครั้ง ด้วยมูลค่าทรัพย์สินที่ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับสองเป็น “อามันซิโอ ออร์เตกา” เจ้าของแบรนด์ “ซารา” แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังชาวสเปน ผงาดขึ้นมาจากอันดับที่ 4 เมื่อปี 2558 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ในปีนี้ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 68,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย “วอร์เรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนชาวอเมริกันชื่อดัง ยังคงอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับ 4 และอันดับ 5 ครองตำแหน่งโดย “คาร์ลอส สลิม” มหาเศรษฐีธุรกิจโทรคมนาคมของเม็กซิโกที่ร่วงลงมาจากอันดับ2เมื่อปีก่อน และนาย “เจฟฟ์ เบซอส” เจ้าของเว็บไซต์อเมซอน ขณะที่ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ติดอยู่ในอันดับ 6 พุ่งขึ้นจากอันดับที่ 16 เมื่อปีก่อน นับเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุด จากมูลค่า 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีก่อน เพิ่มขึ้นเป็น 44,600 ล้านดอลลาร์ในปีนี้
สำหรับคนไทยมีเข้ามาติดอันดับมหาเศรษฐีของโลกประจำปี 2559 ในครั้งนี้ 15 คน โดย มี “เจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของแบรนด์เบียร์ช้าง ติดมาในอันดับที่ 94 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 10,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ติดอันดับที่ 171 มูลค่าทรัพย์สิน 6,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับที่ 421 เป็นของ “วานิช ไชยวรรณ” เจ้าของบริษัทไทยไลฟ์อินชัวเรนซ์ บริษัทประกันชีวิตยักษ์ใหญ่ของไทย มูลค่าทรัพย์สิน 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าของอาณาจักร “คิง เพาเวอร์” และเจ้าของทีมเลสเตอร์ซิตี ทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ติดมาในอันดับที่ 612 มูลค่าทรัพย์สิน 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ติดอันดับมหาเศรษฐีของโลกด้วยในฐานะนักลงทุน รั้งอันดับที่ 1,121 มูลค่าทรัพย์สิน 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านเว็บไซต์เดอะการ์เดียนรายงานด้วยว่า ผลการจัดอันดับมหาเศรษฐีของโลกประจำปี 2559 ครั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐี 20 อันดับแรกนั้นลดลงเป็นมูลค่าถึง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลของการหดตัวจากตลาดการเงินทั่วโลก ผลพวงจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำรวมถึงตลาดเงินตราที่ไร้เสถียรภาพ
รายงานระบุว่ารายได้รวมของมหาเศรษฐี 20 อันดับแรกลดลงจาก 899,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2558 ลดลงเหลือ 827,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ขณะที่จำนวนมหาเศรษฐีของโลกลดลงจากจำนวนที่เป็นสถิติที่ 1,826 คน เมื่อปี 2558 ลดลงเหลือ 1,810 คนในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่จำนวนมหาเศรษฐีลดจำนวนลง และนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 ที่มูลค่าทรัพย์สินของ 20 อันดับแรกลดด้วย
รายงานระบุด้วยว่าอันดับมหาเศรษฐีของโลกในปีนี้ยังคงมีผู้ชายครองตำแหน่งเป็นสวนใหญ่ โดยจากทั้งหมด 1,810 อันดับมีเพียง 190 คนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง และยังลดลงจากปี 2558 ที่มีผู้หญิงติดอันดับมา 197 คนด้วย โดยในจำนวนนี้มีลีเลียน เบต์ตองกูร์ ทายาทบริษัทลอรีอัล และอลิส วอลตัน ทายาทบริษัทวอลมาร์ต เป็นผู้หญิงที่ติดอันดับ 1 ใน 20 อันดับแรกด้วย
ขณะที่ผู้หญิงติดอันดับมหาเศรษฐีจากการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองนั้น คือ โจว ฉินเฟย เจ้าของบริษัทเลนส์เทคโนโลยี บริษัทผู้ผลิตจอทัชสกรีน ของจีน ติดอันดับ 205 มูลค่าทรัพย์สิน 5,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

