หน้าแรก ต่างประเทศ ผู้ดีจ่อถอดยศ...

ผู้ดีจ่อถอดยศ ‘ลอร์ดแมนเดลสัน’ หลังพบส่งข้อมูลลับเอปสตีน อดีตนายกฯซัดทรยศชาติ

4.02.26 | 11:40 น.
REUTERS

ผู้ดีจ่อถอดยศ ‘ลอร์ดแมนเดลสัน’ หลังพบส่งข้อมูลลับเอปสตีน อดีตนายกฯซัดทรยศชาติ

สำนักงานตำรวจนครบาลอังกฤษได้ตั้งทีมสอบสวน ลอร์ดปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตรัฐมนตรีจากพรรคแรงงาน และอดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐอเมริกา ในข้อหาประพฤติมิชอบระหว่างรับราชการ หลังแมนเดลสันถูกกล่าวหาว่าได้แจ้งข้อมูลลับทางราชการที่มีความอ่อนไหวต่อตลาดให้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินและผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้ล่วงลับ ทราบล่วงหน้า

ข้อมูลจากแฟ้มคดีของเอปสตีนที่ถูกผยแพร่โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเมื่อวันที่ 30 มกราคม เผยให้เห็นว่า ในปี 2009 แมนเดลสัน ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงธุรกิจและการค้าอังกฤษ ภายใต้รัฐบาลของ นายกอร์ดอน บราวน์ ได้ส่งต่อข้อมูลลับให้กับเอปสตีนเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008

เนื้อหาในอีเมลมีการพูดคุยกันระหว่างคนทั้งคู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับมาตรการภาษีพิเศษที่จัดเก็บเพียงครั้งเดียวจากเงินโบนัสของพนักงานธนาคารของรัฐบาลอังกฤษ เรื่องการช่วยเหลือทางการเงินมูลค่า 5 แสนล้านยูโรจากสหภาพยุโรปเพื่อพยุงค่าเงินยูโร ที่แมนเดลสันแจ้งให้เอปสตีนทราบล่วงหน้า และเรื่องที่เอปสตีนโอนเงินให้แมนเดลสันเป็นจำนวน 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท โดยแบ่งโอนเป็น 3 รอบในปี 2003-2004 อีกทั้งยังโอนเงิน 10,000 ปอนด์ หรือประมาณ 430,000 บาท ให้กับ เรนัลโด อาวีลา ดา ซิลวา แฟนหนุ่มของแมนเดลสันที่แต่งงานกันในเวลาต่อมา

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เซอร์เคียร์ สตาเมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เปิดการประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยการกล่าวว่า แมนเดลสันทำให้คนทั้งประเทศผิดหวัง และบทสนทนากับเอปสตีนนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอาย อีกทั้งสตาร์เมอร์ยังบอกกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เขาไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ปรากฏออกมาแล้วคือข้อมูลทั้งหมด ด้านโฆษกของรัฐบาลอังกฤษแสดงความยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนครั้งนี้ต่อไป

Advertisement

ขณะที่บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษในปี 2007-2010 ระบุว่า การกระทำดังกล่าวของแมนเดลสันไม่อาจให้อภัยได้ และถือเป็นการทรยศต่อชาติในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังพยายามแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเงิน

สำนักข่าวบีบีซีของประเทศอังกฤษ ระบุว่า แมนเดลสันยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อการสืบสวนดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แมนเดลสันเผยว่า เขารู้สึกเสียใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับเอปสตีน พร้อมกล่าวขอโทษต่อเด็กผู้หญิงทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อ อย่างไรก็ดี เขาเชื่อว่าข้อกล่าวหาที่ระบุว่าเอปสตีนโอนเงินสินบนให้เขาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แมนเดลสัน ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐอเมริกาเมื่อปีก่อน เพราะมีรายงานว่าเขาพัวพันกับคดีเอปสตีน ระบุกับรัฐสภาว่า เขาวางแผนที่จะลาออกจากสภาขุนนางในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ดี ตำแหน่ง ลอร์ด ซึ่งเป็นตำแหน่งขุนนางของเขาจะไม่ถูกถอดถอนออกแม้จะลาออกจากสภาขุนนาง แต่จะเพิกถอนได้ผ่านพระราชบัญญัติของรัฐสภาเท่านั้น ซึ่งโฆษกทำเนียบดาวนิงสตรีทกล่าวว่า รัฐบาลกำลังร่างกฎหมายที่จะทำให้สามารถถอดถอนตำแหน่งขุนนางของแมนเดลสันให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทำเนียบดาวนิงสตรีทถูกตั้งคำถามโดยพรรคอนุรักษ์นิยมเกี่ยวกับกระบวนการการตรวจคัดกรองและการหาข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแมนเดลสันและเอปสตีน ก่อนที่จะแต่งตั้งแมนเดลสันให้เป็นเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐ ซึ่งพรรคอนุรักษ์นิยมกำลังเสนอให้มีการเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งแมนเดลสันขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดย เคมี บาเดนอค หัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม ยังระบุอีกว่า สตาร์เมอร์ไม่ควรจะเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องความไม่โปร่งใส่นี้ด้วยการพูดเรื่องการถอดถอนยศหรือการสอบสวน