ปลุกกระแส ‘ซานะมาเนีย’ ผู้ผลิตผู้ค้าได้อานิสงค์ ‘ทาคาอิจิ’ สุดฮอต จับตา ‘เดอะแบก’ นำแอลดีพีกวาดชัย?
กระแส “ซานะคัตสึ” หรือ “ซานะมาเนีย” ที่เป็นความชื่นชมคลั่งไคล้ในตัว “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น มาแรงอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว ที่โพลหลายสำนักออกมาฟันธงล่าสุดว่า กระแสความนิยมในตัวเธอจะนำพรรคเสรีประชาธิปไตย(แอลดีพี) กวาดชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่น ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยคาดว่าอาจคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไปได้ถึง 300 ที่นั่ง จากที่มีชิงชัยทั้งสิ้น 465 ที่นั่ง
กระแส “ซานะมาเนีย” สะท้อนให้เห็นจากกระเป๋าถือที่ทาคาอิจิใช้ขายหมดเกลี้ยง ปากกาลูกลื่นสีชมพูที่เธอใช้เขียนจดบันทึกที่รัฐสภากลายเป็นไวรัล แม้แต่ซองข้าวเกรียบกุ้งที่เธอถือให้เห็นขณะอยู่บนขบวนรถไฟก็กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ ทำให้ผู้ค้าผู้ผลิตต่างยิ้มเพราะทำให้สินค้าของตนเองได้อานิสงส์ไปเต็มๆให้ขายดีไปด้วย

ทาคาโนริ โคบายาชิ ผู้อำนวยการบริษัท Hamano ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องหนังดังเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่มีอายุมากกว่า 130 ปี ผู้ผลิตกระเป๋าหนังสีดำราคา 900 ดอลลาร์ (ประมาณ 28,000 บาท) ที่ทาคาอิจิใช้ถือเป็นประจำ กล่าวว่า เขาประหลาดใจอย่างมากที่คนหนุ่มสาวต่างแย่งกันซื้อกระเป๋าหนังแบบนี้จนต้องรอคิวนานถึง 9 เดือน
โคบายาชิกล่าวที่โรงงานของบริษัทในเมืองนางาโนะ ทางตอนกลางของประเทศว่า โดยปกติแล้ว กลุ่มลูกค้าที่ซื้อกระเป๋ารุ่นนี้มักเป็นคนอายุ 40 หรือ 50 ปี แต่หลังจากที่กระเป๋ารุ่นนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย เราก็เห็นความสนใจจากลูกค้าวัย 20 หรือ 30 ปีเพิ่มมากขึ้น

ทาคาอิจิ สร้างฐานผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียได้มากกว่าคู่แข่งของเธออย่างเห็นได้ชัดเจนทั้งภายในพรรคแอลดีพีของตัวเองที่เป็นพรรครัฐบาล และในพรรคค้าน โดยเธอมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์ม X ประมาณ 2.6 ล้านคน เมื่อเทียบกับนายโยโชฮิโกะ โนดะ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมีผู้ติดตาม 64,000 ราย
โพสต์ไวรัลของทาคาอิจิที่ปลุกวงการเมืองญี่ปุ่นซึ่งค่อนข้างสงบนิ่งให้คึกคักมีชีวิตชีวา เช่น คลิปที่ ทาคาอิจิ ฟื้นความทรงจำสมัยเป็นอดีตมือกลองหญิงวงเฮฟวีเมทัล โชว์ดวลตีกลองประกอบเพลงฮิต Golden จากซีรีส์ K-Pop เรื่อง Demon Hunters ทาง Netflix กับประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ซึ่งเดินทางเยือนญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น และคลิปที่ ทาคาอิจิ ร้องเพลง “Happy Birthday” เป็นภาษาอิตาลี ให้แก่ จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีของอิตาลี

ผลสำรวจล่าสุดเผยแพร่เมื่อวันจันทร์(2 ก.พ.)โดยสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคชี้ว่า คะแนนนิยมส่วนตัวของทาคาอิจิยังสูงกว่าพรรคแอลดีพีของเธอเองที่เป็นพรรคการเมืองที่ชายครองอำนาจเป็นส่วนใหญ่มาตลอด และสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ เสน่ห์ของผู้นำสายอนุรักษนิยมอย่างแข็งกร้าวอย่างทาคาอิจิผู้นี้ในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุต่ำกว่า 30 ปี ถูกประเมินว่ามีสูงกว่า 90% ขณะที่ความนิยมโดยรวมในตัวเธออยู่ที่ราว 60%
เมื่อทาคาอิจิประกาศยุบสภากะทันหันเพื่อจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด เธอได้ประกาศยกให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเสมือนการลงประชามติต่อภาวะผู้นำและนโยบายของเธอ รวมถึงแผนการเพิ่มการใช้จ่ายทางการคลังและการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเพื่อตอบโต้ต่อการแผ่ขยายอิทธิพลทางทหารของจีน
ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นการชี้ชะตาว่าเธอจะได้รับมอบอำนาจจากประชาชนในการนำรัฐนาวาญี่ปุ่นต่อไปหรือไม่

แนวทางของทาคาอิจิยังสามารถชนะใจ ฮารุกะ โอคุยามะ พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปี ซึ่งเข้าร่วมฟังการปราศรัยหาเสียงครั้งแรกของทาคาอิจิที่ย่านอากิฮาบาระ กล่าวว่า ทุกวันนี้คนหนุ่มสาวจำนวนมากใช้โซเชียลมีเดียและเธอคิดว่าแนวคิดอนุรักษ์นิยมในหมู่พวกเขาเพิ่มมากขึ้น โดยโอคุยามะกล่าวพลางหยิบแม็กกาซีนในกระเป๋าตัวเองออกมา ซึ่งเธอบอกว่าซื้อ เพราะทาคาอิจิอยู่บนปก
ด้านทาเคโอะ ฟูจิมูระ พนักงานธุรการ วัย 24 ปี ที่อาสาแจกธงชาติกระดาษในงานปราศรัยหาเสียง กล่าวถึงทาคาอิจิว่า เธอมีวิธีการพูดที่ชัดเจนและเด็ดขาด เธอสื่อสารด้วยถ้อยคำที่สดใสและมองโลกในแง่ดี คิดว่าพลังงานนั้นเข้าถึงใจคนหนุ่มสาวได้

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ตัดใจได้แล้วว่าจะลงคะแนนเสียงให้ใคร เช่น โทโมมิ คาวามูระ แม่บ้านวัย 37 ปี กล่าวว่า เธอชื่นชมความเชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียของทาคาอิจิ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงคะแนนให้ใคร โดยบอกว่าความกังวลหลักคือ ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนอื่น ๆ ที่มองว่าการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายการคลังที่ทาคาอิชิสัญญาไว้ กำลังซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งยังตั้งคำถามว่า โหวตเตอร์หนุ่มสาวที่ทาคาอิจิดึงดูดไว้ได้นั้น จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากพอ ที่จะมอบชัยชนะอย่างถล่มทลายในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ให้กับทาคาอิจิและพรรคแอลดีพีตามที่ผลโพลคาดการณ์ไว้หรือไม่ เนื่องจากในที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าคนรุ่นเก่า ซึ่งเป็นฐานเสียงที่ค้ำจุนพรรคแอลดีพีให้กุมอำนาจบริหารประเทศมายาวนานแทบไม่มีสะดุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ก็ต้องรอดูว่าเสน่ห์ในตัวทาคาอิจิ จะทำให้เธอเป็น “เดอะ แบก” นำพรรคแอลดีพีคว้าชัยจนพลิกเกมการเมืองให้กลับมาครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภาได้เช่นหรือไม่

