หน้าแรก ต่างประเทศ ไม่มีเสถียรภา...

ไม่มีเสถียรภาพการเมือง-ไร้ความสามารถแข่งขัน เหตุผลสำคัญ Financial Times มองไทย คนป่วยแห่งเอเชีย

5.02.26 | 16:52 น.

ไม่มีเสถียรภาพการเมือง-ไร้ความสามารถแข่งขัน เหตุสำคัญ Financial Times มองไทย คนป่วยแห่งเอเชีย

ไฟแนลเชียล ไทม์ เผยแพร่บทความภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ “ประเทศไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชียได้อย่างไร” ซึ่งมติชนแปลมาให้ทราบโดยละเอียด

เช่นเดียวกับชาวไทยอีกนับล้านคน ทิพย์วิมล วาณิชภัณฑ์ เดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อแสวงหาชีวิตความเป็นชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อจะได้ดูแลครอบครัว ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา เธอดำเนินธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ ให้บริการพนักงานออฟฟิศ อย่างไรก็ดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ยอดขาดลดลงถึงสองในสาม เนื่องจากลูกค้าจำเป็นต้องประหยัดค่าใช้จ่ายลง จากการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทิพย์วิมล ที่ปัจจุบันอายุ 57 ปีแล้ว วางแผนที่จะปิดร้านเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดในเดือนเมษายน

“ตอนนี้มีคนถูกเลิกจ้างเยอะมาก ทำให้คนมีกำลังซื้อลดลง” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่า มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของตัวเอง รวมถึงหนี้สินจากสินเชื่อรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างทิพย์วิมล ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นปัญหาสำคัญของการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และผู้สมัครรายอื่นๆ ต่างหาเสียงด้วยการให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศไทย

ไทย ประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่สอง ติดหล่มกับอัตราการเติบโตประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยแรงขับเคลื่อนหลักอย่างการบริโภค การผลิตและการท่องเที่ยว ล้วนอยู่ในภาวะถดถอย

Advertisement

ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อปี 1988 ประเทศไทยมีอัตราเติบโตสูงถึง 13% และเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น เสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย แต่ในปัจจุบัน ไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยอย่างต่อเนื่อง

ผนวกกับความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ยืดเยื้อ และ การเปลี่ยนแปลงผู้นำบ่อยครั้ง จากกลุ่มอำนาจเก่าและกองทัพ ติดอยู่ในภาวะเผชิญหน้ากับพรรคปฏิรูปที่ชนะการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าสู่อำนาจ ประเทศไทยมีนายกฯถึง 3 คนในระยะเวลาเพียง 3 ปี ทำให้ความทรงจำในอดีตยากที่จะหวนกลับมา

บุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยพลิกโฉมจากการถูกยกย่องว่าเป็น ‘เทฟลอนไทยแลนด์’ มาเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ ภายในเวลาเพียงสิบปี นั่นน่าตกใจมาก”

ด้าน กิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย กล่าวว่า โครงการด้านการท่องเที่ยวและงบประมาณต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนทางการเมือง หากรัฐบาลมีความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพมากขึ้น ไทยสามารถกลับไปสู่เวลาที่ดีที่สุดได้

ขณะที่ พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า ทุกอย่างกำลังพังทลาย เราไร้ซึ่งเครื่องยนต์ที่จะจับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอุปสงค์ในวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่มันเป็นปัญหาร้ายแรงที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปอย่างแท้จริง

สัญญาณของภาวะเศรษฐกิจซบเซาปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ด้วยธนาคารมีความกังวลว่าลูกหนี้จะผิดนัดชำระหนี้ จึงปล่อยสินเชื่อน้อยลง ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะตกต่ำที่สุดในรอบสามทศวรรษ และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลายเป็นลบเมื่อปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอ ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่แย่ที่สุดในเอเชียในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยลดลง 10% ในปี 2025 เมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินท้องถิ่น

รัฐบาลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2% ในปีนี้ แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจะเติบโตเพียง 1.6% ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาประเทศหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เกรียงไกร เทียนนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเมื่อเดือนมกราคม 2026 ว่า เรากังวลว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้วยแรงกดดันจากภาษีนำเข้าสหรัฐในอัตรา 19% และการแข็งค่าของเงินบาท เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งบั่นทอนภาคการส่งออกที่สำคัญของประเทศ รัฐบาลใหม่ต้องพยายามอย่างจริงจังในการเปลี่ยนอุตสาหกรรมเก่าไปสู่อุตสาหกรรมใหม่

ย่านบรรทัดทองซึ่งเป็นแหล่งสตรีตฟู้ดชื่อดังก็เผชิญกับความซบเซา เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากลดการใช้จ่าย พร้อมกันนี้ ภาคการผลิตของไทยก็ตกต่ำมาหลายปี ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ขณะที่สินค้าจีนที่มีราคาถูกหลั่งไหลเข้ามาและประสบกับแรงกดดันจากการแข็งขันในการเป็นฐานการผลิตกับประเทศอย่างเวียดนาม

ในอดีต ประเทศไทยเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ระดับภูมิภาค แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นิสสัน ฮอนด้า ซูซูกิ และค่ายอื่น ๆ ได้ปิดโรงงานหรือปรับลดกำลังการผลิต ยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ของอุตสาหกรรมรถยนต์ได้กระทบต่อตลาดแรงงานและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการจูงใจเพื่อกระตุ้นการลงทุนและอุปสงค์ภายในประเทศ

ด้านนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องลดนโยบายกีดกันทางการค้า ผ่อนคลายข้อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ การผลิตมูลค่าสูง เภสัชกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพ

ทั้งนี้ ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดคือ ฟื้นฟูฐานะของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งมีหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) อยู่ใกล้ระดับ 90% ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขที่สูงสุดในเอเชีย ในขณะเดียวกับ ค่าจ้างแทบไม่ขยับ และประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ โดยอัตราการเกิดแตะระดับต่ำสุดในรอบ 75 ปีในปี 2025

เทวณารี สว่างเนตร เจ้าของร้านทำผมในกรุงเทพ วัย 45 ปี เปิดเผยขณะที่กำลังเลือกซื้อของในร้านขายทุกอย่างในราคา 20 บาท ว่า ลูกค้าเข้าร้านน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ต้องออมเงินมากขึ้น ซื้อของใช้ส่วนตัวให้น้อยลง และเน้นใช้เงินกับลูกๆ มากกว่า

บุรินทร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าขั้นไอซียู แต่ถ้ารัฐบาลไม่จัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ สถานการณ์จะเลวร้ายลงกว่านี้มาก

กิตติ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย กล่าวอีกว่า ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ก็กำลังสะดุด และส่งผลกระทบต่อภาคค้าปลีก เกษตรกรรม และการก่อสร้างโรงแรม ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.9 ล้านคนในปี 2025 ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า และยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดที่ 40 ล้านคนในปี 2019

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากความกังวลด้านความปลอดภัย หลังจากที่เกิดกรณีนักแสดงชาวจีนถูกลักพาตัวโดยขบวนการหลอกลวงทางไซเบอร์ รวมถึงการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากประเทศอย่างเวียดนามและญี่ปุ่น

บรรยากาศหดหู่เห็นได้ทั่วกรุงเทพ ร้านอาหารเงียบเหงา โรงแรมมีอัตราการเข้าพักต่ำ และผู้ค้าปลีกต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด บนถนนบรรทัดทอง ซึ่งเคยเป็นแหล่งสตรีตฟู้ดคึกคักสำหรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหารหลายแห่งต้องปิดตัวลง

ที่ร้านเดลิเดโล คาเฟ่ ในย่านกรุงเทพ ทิพย์วิมลเริ่มลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว และขอให้ลูกสาวช่วยผ่อนรถให้ พร้อมกล่าวว่า เลิกไปกินข้าวนอกบ้านหรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนแล้ว แค่ไปข้างนอกก็ต้องใช้เงินเยอะแล้ว