เผย ‘ยูเอ็น’ ไฟเขียว ยกเว้นคว่ำบาตรด้านมนุษยธรรม เปิดทางเกาหลีเหนือ เข้าถึงความช่วยเหลือ

6.02.26 | 18:28 น.
ภาพรอยเตอร์

เผย ‘ยูเอ็น’ ไฟเขียว ยกเว้นคว่ำบาตรด้านมนุษยธรรม เปิดทางเกาหลีเหนือ เข้าถึงความช่วยเหลือ

แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (7 ก.พ.)ว่า คณะกรรมการขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ได้ผ่านความเห็นชอบในการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่ครอบคลุมเป็นวงกว้างต่อเกาหลีเหนือ เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรอบใหม่สามารถเข้าไปถึงประเทศเกาหลีเหนือได้ การผลักดันดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาที่จะมีส่วนร่วมกับเกาหลีเหนือมากขึ้น

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สมาชิกของคณะกรรมการคว่ำบาตรว่าด้วยเกาหลีเหนือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในวันพฤหัสบดี(5 ก.พ.) ให้ยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรโครงการด้านมนุษยธรรม 17 โครงการสำหรับเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากยูเอ็นเอสซีหรือคณะกรรมการคว่ำบาตรฯ

แหล่งข่าวระบุว่า โครงการเหล่านี้ซึ่งทั้งหมดดำเนินการโดยองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ยูนิเซฟ และองค์กรพัฒนาเอกชนจากเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ ได้ค้างการพิจารณามาตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของปี 2025

Advertisement

ทั้งนี้ยูเอ็นเอสซีได้มีมติรับรองข้อมติที่ 1718 ในปี 2006 หลังจากเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของยูเอ็นที่มีต่อเปียงยางก่อนหน้า โดยข้อมติดังกล่าวกำหนดห้ามการขนถ่ายอาวุธ เชื้อเพลิงและสิ่งอื่นๆ ที่รวมอยู่ในมาตรการความช่วยเหลือให้กับเกาหลีเหนือ

ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ตีตรามาตราการคว่ำบาตรของยูเอ็นและนานาชาติว่าเป็นสัญญาณของความเป็นปรปักษ์ที่สหรัฐชักใยอยู่เบื้องหลัง และเป็นการละเมิดสิทธิอธิปไตยของเกาหลีเหนือที่จะพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของตนเอง

หนังสือพิมพ์ดงอาอิลโบของเกาหลีใต้รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้เห็นชอบกับการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวแล้ว ที่ยังต้องอาศัยมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการคว่ำบาตรยูเอ็นที่สหรัฐเป็นหนึ่งในสมาชิกจึงจะมีผลบังคับใช้

ก่อนหน้านี้คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังนิ่งเงียบ แม้จะมีความพยายามทอดไมตรีจากทรัมป์และเกาหลีใต้ในการฟื้นการเจรจาเพื่อคลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้นำคิมกลับเดินหน้าพัฒนาอาวุธต่อไป พร้อมทั้งกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียและจีน พันธมิตรสำคัญให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น