สื่อเขมรชี้ เลือกตั้งไทยไม่ใช่ทางออกปัญหาชายแดน
สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ของกัมพูชา เผยแพร่บทความเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งไทยที่พรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูลคว้าชัยชนะไปได้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในหัวข้อที่ว่า “การเลือกตั้งไทยไม่ใช่ทางออกของความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา” พร้อมกับกล่าวหาว่าไทยมีการใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ
บทความดังกล่าวที่เขียนโดยยุค ชาง ผู้อำนวยการของศูนย์ข้อมูลแห่งชาติกัมพูชา (DC-Cam) ระบุว่า การเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา แต่คงเป็นการคิดผิดหากจะกล่าวว่ามันเป็นสาเหตุหลักหรือแรงผลักดันเพียงอย่างเดียวของความขัดแย้งนี้ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งชายแดนไม่ใช่ปัจจัยกำหนดผลลัพธ์ของการเลือกตั้งใดๆ ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวเช่นกัน โดยความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นทั้งตัวขับเคลื่อนและผลพวงจากความขัดแย้งภายในระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ ในไทย มุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอนาคตของไทยและกัมพูชาจะต้องใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายมิติ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่รอบคอบและแรงกดดันที่หนักแน่นในทุกด้านของการปกครอง ตั้งแต่การเมืองและการทูต ไปจนถึงเศรษฐกิจ การทหาร และสังคมและวัฒนธรรม
บทความของพนมเปญโพสต์อ้างว่า ไทยพยายามสร้างภาพของความขัดแย้งนี้ว่าเป็นข้อพิพาทเล็กน้อยที่โหมลุกลามขึ้นโดยฝั่งกัมพูชา จากเรื่องทุ่นระเบิด การปะทะเล็กน้อย และเหตุการณ์อื่นๆ ที่ไทยมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งที่กองทัพไทยเองกำลังยึดครองพื้นที่ 14 แห่งของกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดจิตวิญญาณของข้อตกลงหยุดยิง
สื่อกัมพูชาระบุว่า หากมองอย่างรอบคอบต่อความขัดแย้งนี้คือ มันเป็นการต่อสู้ภายในของไทยที่ได้นำไปสู่การใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ที่คุกรุ่นมานานระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อสร้างความสามัคคีในชาติภายใต้กรอบวาระทางการเมืองหรืออุดมการณ์ การเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายหนึ่งของความขัดแย้งชายแดน แต่มันไม่ใช่บทสรุปของความขัดแย้ง แต่เป็นโอกาสใหม่ของการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ถึงกระนั้นก็ตาม ข้อพิพาทที่ลากยาวนานหลายชั่วอายุคน และเป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องชายแดนเช่นนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเหตุการณ์เดียวเช่นการเลือกตั้ง หรือข้อตกลงสันติภาพ กัมพูชาต้องเตรียมความพร้อมจากการใช้ยุทธศาสตร์หลายมิติที่ครอบคลุมหลายชั่วอายุคนอีกด้วย


