กัมพูชาโต้สื่อไทย อ้างเขมรเตรียมระบบป้องกันภัยทางอากาศ เสี่ยงเกิดปะทะรอบ 3 ยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์แขมร์ไทม์ส รายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อไทย ที่เตือนเรื่องการสั่งสมกำลังทหารตามแนวชายแดนของกัมพูชา และระบุด้วยว่า มีโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันรอบที่ 3 โดยกัมพูชายังคงยืนยันในพันธสัญญาที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง
เจ้าหน้าที่กัมพูชาระบุว่า รายงานของสื่อไทยดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง และสร้างความเข้าใจผิด พร้อมทั้งกล่าวเตือนให้ระวังข้อมูลอันเป็นเท็จ ท่ามกลางภาวะความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของไทยเสร็จสิ้น
แขมร์ไทม์สรายงานว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา บรรดาสื่อไทยต่างออกมารายงานเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะกันรอบที่ 3 ตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย โดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ที่กล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่า ได้รับมอบอาวุธต่อต้านอากาศยานที่ทันสมัย หลังไทยจัดการเลือกตั้ง โดยรายงานของสื่อไทย ระบุว่า การจัดซื้ออาวุธดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความได้เปรียบทางอากาศที่ไทยมีมาอย่างยาวนาน และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการสู้รบครั้งใหม่ตามแนวชายแดน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในข้อตกลงสันติภาพกับประเทศไทย รวมทั้งข้อตกลงหยุดยิงที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา เปิดเผยกับแขมร์ไทม์สว่า การกล่าวอ้างที่ระบุว่า กัมพูชากำลังเพิ่มสมรรถนะทางทหาร เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงและสร้างความเข้าใจผิด โดยกัมพูชายังคงยืนยันที่จะทำตามแถลงการณ์ร่วม ในการประชุมจีบีซี สมัยพิเศษ ระหว่างกัมพูชาและไทย และยังคงดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ด้วยความจริงใจ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เปิดเผยด้วยว่า กัมพูชาให้ความสำคัญกับการเจรจาอย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นลำดับแรก ขณะเดียวกันก็ยึดมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพ จากการรุกรานของต่างชาติ
แขมร์ไทม์สรายงานว่า สื่อไทยได้รายงานว่า ทางการไทยได้แสดงความห่วงกังวลว่า การที่กัมพูชาได้มาซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัย อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการเผชิญหน้าในอนาคตไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทวีความรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ที่มีเพียงการแลกเปลี่ยนการยิงกันด้วยจรวด บีเอ็ม-21 เหมือนกับการปะทะระหว่างสองประเทศครั้งก่อนๆ
รายงานระบุด้วยว่า ทางการไทยได้กำหนดให้พื้นที่บริเวณชายแดน เป็นจุดเปราะบางด้านความมั่นคงในระดับวิกฤต โดยได้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ท่ามกลางคำเตือนว่า ความตึงเครียดในช่วงหลังการเลือกตั้งอาจลุกลามบานปลาย หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง
ในบทวิเคราะห์ซึ่งอ้างโดยสื่อไทย บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นระยะที่เปราะบางในความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยทั้งสองฝ่ายต่างคงระดับการเตรียมความพร้อมทางทหารอย่างเข้มข้นตามแนวชายแดน
นายยาง เปา เลขาธิการราชบัณฑิตยสภากัมพูชา (RAC) ได้กล่าวเตือนว่า กัมพูชาไม่ควรตั้งความหวังกับผลเลือกตั้งของไทยมากจนเกินไป โดยเน้นย้ำว่า กัมพูชาต้องพึ่งพาขีดความสามารถของตนเองเป็นหลักในการจัดการปัญหา ไม่ว่าพรรคไหนจะได้ครองอำนาจในประเทศไทย พวกเขาก็ยังคงต้องการดินแดนเขมร

