มิน อ่อง ลาย รอดตายหวุดหวิดจากเหตุจรวดโจมตีในมัณฑะเลย์ กลุ่ม BWM อ้างอยู่เบื้องหลัง
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เว็บไซต์อิรวดี รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางทหารของเมียนมา ระบุ ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากถูกคนร้ายยิงจรวดประดิษฐ์ใส่ ที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นจุดที่มิน อ่อง ลาย วางแผนที่จะเดินทางไปทำพิธี “ยาดายา” หรือพิธีกรรมตามความเชื่อโบราณของเมียนมา ที่เชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายได้
โดยแหล่งข่าว ที่กรุงเนปยีดอ เมืองหลวงของเมียนมา เปิดเผยกับ สำนักข่าวอิรวดี ว่า กองบัญชาการทหารภาคกลาง (CMC) ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระราชวังมัณฑะเลย์ ถูกโจมตีเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โดย มิน อ่อง ลาย ได้พักค้างคืนอยู่ที่ CMC เพื่อเตรียมประกอบพิธีกรรม และจะแต่งกายด้วยชุดเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามแบบฉบับกษัตริย์พม่าโบราณ และวางแผนจะเข้าสู่ตัวพระราชวังผ่านสะพานมิงกะลา ในเวลา 04.41 น. ซึ่งถือเป็นฤกษ์มงคล ด้วยความหวังที่จะเสริมดวงชะตาให้กับตนเอง ท่ามกลางสงครามกลางเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคหลังการเลือกตั้ง โดยขณะนี้การเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะรัฐประหารได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และพรรคตัวแทนของกองทัพเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ มิน อ่อง ลาย กลายเป็นผู้ที่ถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า แม้ว่าจรวดจะพลาดเป้า แต่ก็ทำให้ มิน อ่อง ลาย ตกใจสุดขีด และตัดสินใจเก็บตัวเงียบเป็นเวลา 1 สัปดาห์
ทั้งนี้ กลุ่มนักรบผู้กล้าเพื่อเมียนมา (BWM) ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านในเมียนมา ได้ออกมาอ้างว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว โดยกลุ่ม BWM ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 27 มกราคมว่า นักรบของกลุ่มได้ยิงจรวดประดิษฐ์ ขนาด 107 มิลลิเมตร เข้าใส่กองบัญชาการกลาง (CMC) เมื่อเวลา 04.30 น.ของในวันนั้น โดยทางกลุ่มอ้างว่า จรวด 3 ลูกประสบความสำเร็จในการระเบิด และมีนายทหารหลายนายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มระบุว่า ไม่แน่ใจว่า ผู้นำทหารของเมียนมาถูกแรงระเบิดด้วยหรือไม่ และว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากได้รับข้อมูลวงในว่า มิน อ่อง ลาย จะพักค้างคืนที่พระราชวังแห่งนี้
โดยหลังจากการออกมาอ้างการโจมตีของกลุ่ม BWM แล้ว ปรากฏว่า ผู้นำของรัฐบาลเมียนมา ก็ได้หายหน้าหายตาไป ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นเวลา 1 สัปดาห์ จึงไม่แปลกใจที่จะทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับสวัสดิภาพของเขา และกระทั่งมีการคาดกันว่า เขาอาจจะถูกสังหารและเสียชีวิตไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา มิน อ่อง ลาย ก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ในพิธีต้อนรับ เซอร์เกย ซอยกู เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย ที่เยือนเมียนมา เป็นการสยบข่าวลือ และแสดงให้เห็นว่าตัวเขายังมีชีวิตอยู่เป็นปกติ หลังจากนั้นอีก 2 วัน มิน อ่อง ลาย ได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง เพื่อรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
อิรวดี รายงานว่า บรรดาผู้นำทหารของเมียนมานั้น ขึ้นชื่อเรื่องความงมงายอย่างมาก และมักจะพึ่งพาโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ เลขศาสตร์ เวทมนตร์คาถา และการทำพิธียาดายา ไม่เว้นแม้แต่ มิน อ่อง ลาย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า หมกมุ่นอยู่กับความอยากเป็นประธานาธิบดี และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เขาได้ใช้ความรุนแรงอย่างสุดโต่ง เช่น การเข่นฆ่าผู้คนในประเทศ ควบคู่ไปกับการประกอบพิธียาดายา
โดยเมื่อต้นปี 2020 หลายเดือนก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน มิน อ่อง ลาย ได้ทำพิธียกฉัตร ขึ้นประดิษฐานบนยอดเจดีย์ติโลมินโล อันเก่าแก่ ของเมืองพุกาม ภายใต้คำชี้แนะของ วะสีปะเก สะยาดอ พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงจากการธุดงค์ปิดวาจา (ถือสัตย์ปฏิญาณไม่พูด) และเป็นหนึ่งในพระรูปโปรดของผู้นำรัฐประหารเมียนมา เมื่อต้องประกอบพิธียาดายาเพื่อแก้เคล็ด
ทั้งนี้ ตามความเชื่อโบราณ ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ได้ทำบุญถวายเครื่องสักการะ ที่เจดีย์ติโลมินโล จะได้รับพรจากทวยเทพและจะมีอำนาจปกครองยาวนาน
นอกจากนี้ มิน อ่อง ลาย ยังเดินทางไปเมืองเชียงตุง ทางตะวันออกของรัฐฉานอยู่บ่อยครั้ง เพื่อเยี่ยมเยียนวัดที่เป็นที่พำนักของ วะสีปะเก สะยาดอ โดยเป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่า พระสงฆ์รูปนี้คือที่ปรึกษาด้านโหราศาสตร์ของผู้นำรัฐประหาร และถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ลูกศิษย์ผู้ทรงอิทธิพลรายนี้ ให้สั่งการกองกำลังความมั่นคง ยิงที่ศีรษะของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร เพื่อเป็นการทำพิธียาดายารูปแบบหนึ่ง

