เขมรแสนภูมิใจ ปิดศูนย์สแกมเมอร์แล้วเกือบ 200 แห่ง รวบหัวโจกกว่า 170 คน
นายชาย สินาริท รัฐมนตรีอาวุโสและผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการคณะกรรมการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ของกัมพูชา ระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์ก่อนการไปเยี่ยมชมศูนย์สแกมเมอร์ในจังหวัดกำปอด บริเวณใกล้เคียงกับชายแดนเวียดนาม ว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาได้ปิดฐานปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์ไปแล้วเกือบ 200 แห่ง ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
สินาริทระบุว่า หลังจากที่สหรัฐฟ้องร้องหัวหน้าขบวนการหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน และต่อมาจีนส่งตัวหัวหน้าขบวนการมาดำเนินคดี จนถือเป็นความพยายามระหว่างประเทศเพื่อทำลายเครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา ส่งผลให้ทางกัมพูชาได้เริ่มปฏิบัติการปรามปรามอาชญากรรมดังกล่าวเมื่อปลายปี 2025 โดยนับตั้งแต่นั้นมา ทางการสามารถปิดทำการศูนย์สแกมเมอร์ไปแล้วประมาณ 190 แห่ง

นอกจากนั้น นายสินาริทยังกล่าวว่า ทางการสามารถจับกุมอาชญากรคนสำคัญที่มีส่วนพัวพันกับศูนย์สแกมเมอร์ดังกล่าวกว่า 173 คน อีกทั้งยังสามารถเนรเทศพนักงานอีก 11,000 คน ออกนอกประเทศเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พนักงานที่ศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งบางส่วนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ถูกทารุณกรรมกว่าพันคน ได้หลบหนีออกจากศูนย์สแกมเมอร์เพื่อหาทางกลับประเทศบ้านเกิด โดยหน่วยงาน Amnesty International เรียกสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “วิกฤตการณ์ทางด้านมนุษยธรรม”
ขณะที่ นายเมา จันมอทุริต ผู้บัญชาการตำรวจเมืองกำปอดระบุว่า ยังไม่สามารถจับกุมอาชญากรภายในอาคารกาสิโนของกำปอดที่รู้จักกันในนาม “มายกาสิโน” ได้ เนื่องจากจังหวัดกำปอดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแค่ราว 1,000 นาย และมีสารวัตรทหารอีกประมาณ 300 นายเท่านั้น ซึ่งไม่มากพอที่จะจับกุมพนักงานจำนวนมากถึง 6,000-7,000 คนที่สามารถหลบหนีไปได้ภายหลังจากการจับกุม นายลี ควง นักธุรกิจที่ถูกกล่าวหาเป็นหัวหน้าของกาสิโนดังกล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรมที่เปิดให้สื่อมวลชนเข้ามาเยี่ยมชมศูนย์สแกมเมอร์แห่งหนึ่งในจังหวัดกำปอด เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลกัมพูชาจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะรับมือกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว โดยผู้สื่อข่าวจากรอยเตอร์รายงานว่า ภายในอาคารนี้มีห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์เรียงรายกันเป็นแถว พร้อมด้วยเอกสารคู่มือการหลอกลวงเหยื่อชาวไทยกระจัดกระจายไปทั่ว นอกจากนั้นยังมีพื้นที่สำหรับการคุยโทรศัพท์ และฉากสถานีตำรวจอินเดียที่ถูกจัดขึ้นเพื่อเอาไว้ใช้หลอกลวงคนอื่น ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ณ กรุงพนมเปญ ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
กิจกรรมนี้ของรัฐบาลกัมพูชา เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้แทนจากต่างประเทศมาลงพื้นที่สำรวจศูนย์สแกมเมอร์บริเวณชายแดนของกัมพูชาที่กองทัพทหารของไทยบุกถล่มและยึดครองในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวจากรอยเตอร์พบฉากสถานีตำรวจของหลายประเทศ และกองเอกสารมากมายเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ กัมพูชาพยายามปฏิเสธการมีอยู่ของศูนย์สแกมเมอร์และอาชญากรรมภายในประเทศ อีกทั้งความพยายามก่อนหน้านี้เพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ก็ไม่ได้ผลมากนัก แต่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า การปราบปรามจะแผ่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่การปิดทำการศูนย์สแกมเมอร์ และจับกุมตัวผู้บัญชาการ


