หน้าแรก ต่างประเทศ ‘หวัง อี้’ ลั...

‘หวัง อี้’ ลั่น ฟื้นฟู ‘ยูเอ็น’ คือภารกิจเร่งด่วน เหน็บบางประเทศเป็นตัวปัญหา  

15.02.26 | 14:25 น.
Reuters

‘หวัง อี้’ ลั่น ฟื้นฟู ‘ยูเอ็น’ คือภารกิจเร่งด่วน เหน็บบางประเทศเป็นตัวปัญหา  

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวถ้อยแถลงที่การประชุมความมั่นคงมิวนิกครั้งที่ 62 ว่า ในการปฏิรูปและพัฒนาการกำกับดูแลโลก ภารกิจเร่งด่วนคือการฟื้นฟูบทบาทของระบบสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยการก่อตั้งยูเอ็นเป็นผลลัพธ์สำคัญของชัยชนะในสงครามต่อต้านฟาสซิสต์ของโลก เป็นการตัดสินใจทางประวัติศาสตร์ของคนรุ่นก่อนหลังจากการทบทวนบทเรียนอันเจ็บปวด และเป็นความพยายามด้านสันติภาพที่ประเทศต่าง ๆ ได้ทุ่มเทมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถูกสร้างขึ้นร่วมกันโดยประชาชนทั่วโลก เรามีหน้าที่รับผิดชอบในการเสริมสร้างและปรับปรุงมัน แต่ไม่มีสิทธิ์ทำลายหรือรื้อถอน

พร้อมกล่าวว่า แม้ยูเอ็นจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ยังคงเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลที่มีความครอบคลุมและมีอำนาจมากที่สุดในโลก บนเวทีของยูเอ็น ทุกประเทศไม่ว่าจะมีขนาดหรือความมั่งคั่งเพียงใด ต่างมีสิทธิ์มีเสียงและสิทธิ์ลงคะแนนอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งหน้าที่และสิทธิที่เท่าเทียม หากปราศจากสหประชาชาติ โลกอาจย้อนกลับไปสู่สภาวะกฎแห่งป่าที่มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นที่จะอยู่รอด (law of the jungle) ขณะที่ประเทศขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากจะสูญเสียรากฐานพหุภาคีที่สำคัญต่อการอยู่รอดและการพัฒนา

ดังนั้น สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันนี้คือการหวนคืนสู่พันธกิจดั้งเดิมของยูเอ็น ฟื้นฟูบทบาทนำของยูเอ็น ยึดมั่นในวัตถุประสงค์และหลักการแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และยกระดับประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวต่อความต้องการของศตวรรษที่ 21 และปลดปล่อยพลังใหม่อีกครั้ง

นายหวัง อี้ กล่าวด้วยว่า ในการปฏิรูปและพัฒนาการกำกับดูแลโลก กุญแจสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือและการประสานงานของทุกประเทศ เหตุที่ระบบระหว่างประเทศยังทำงานได้ไม่ดีพอ มิได้อยู่ที่ตัวสหประชาชาติเอง หากแต่อยู่ที่บางประเทศที่พยายามส่งเสริมความแตกต่างและความขัดแย้ง วางตนเหนือผู้อื่น ปลุกปั่นการเผชิญหน้าเป็นกลุ่ม และรื้อฟื้นแนวคิดสงครามเย็น สิ่งเหล่านี้ได้บ่อนทำลายพื้นฐานแห่งความไว้วางใจ ทำให้บรรยากาศความร่วมมือเลวร้ายลง และขัดขวางการทำงานของสถาบันระหว่างประเทศ

Advertisement

และเสริมว่า การผูกขาดอำนาจโลกโดยประเทศเพียงไม่กี่ประเทศเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เราอยู่ในโลกหลายขั้ว และจำเป็นต้องปฏิบัติพหุภาคีนิยมที่แท้จริง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น กิจการโลกควรถูกหารือโดยทุกฝ่าย และอนาคตของโลกควรถูกกำหนดโดยทุกฝ่าย