แคนาดาลั่น ไม่เปิดความสัมพันธ์การทูตอิหร่าน หากไม่เปลี่ยนรัฐบาล เตหะรานย้ำ ไม่ยอมทิ้งขีปนาวุธ หวั่นมะกัน-ยิวโจมตี
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างสัมภาษณ์ของเดอะโกลบแอนด์เมลเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ระหว่างเข้าร่วมประชุมความมั่นคงมิวนิก ว่า อนิตา อนันด์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแคนาดา กล่าวว่า แคนาดาต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในอิหร่าน แต่จะไม่สนับสนุนสหรัฐหากดำเนินการโจมตีทางทหาร โดยบอกว่า “เราจะไม่เปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านอีก เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เท่านั้น” พร้อมระบุว่า แคนาดาออกมาตราการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อ บุคคล 7 รายที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่าน เพราะแคนาดายืนหยัดที่จะจัดการกับการปราบปรามสิทธิมนุษยชนด้วย หลังก่อนหน้านี้ แคนาดาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านตั้งแต่ปี 2012 และมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับอิหร่านมาโดยตลอด
บีบีซีรายงานว่า มาจิด ทัคต์-ราวันชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์ว่า อิหร่านพร้อมพิจารณาการประนีประนอมเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐ หากสหรัฐยินดีหารือเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร พร้อมเสริมว่า ถ้าฝ่ายสหรัฐจริงใจจริง เราจะสามารถเดินหน้าไปสู่การบรรลุข้อตกลงได้ โดยข้อเสนอของเตหะรานในการลดความเข้มข้นยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วในระดับ 60% เป็นหลักฐานถึงความเต็มใจที่จะประนีประนอม อย่างไรก็ดี ระดับดังกล่าวใกล้เคียงกับระดับที่สามารถใช้ทำอาวุธได้
ต่อคำถามว่า อิหร่านจะยอมส่งออกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงกว่า 400 กิโลกรัมออกนอกประเทศ เหมือนที่เคยทำในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 หรือไม่ จิด ทัคต์-ราวันชี ตอบว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเจรจา พร้อมย้ำว่า หากอิหร่านถูกโจมตีโดยสหรัฐและอิสราเอล ขีปนาวุธคือสิ่งที่ช่วยปกป้องอิหร่าน แล้วจะยอมให้ถูกตัดความสามารถในการป้องกันประเทศได้อย่างไร

