OpenAI จ่ายค่าตอบแทนเป็นหุ้นให้พนง.คนละเกือบ 50 ล้าน สูงสุดในกลุ่มสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี
เว็บไซต์ฟอร์จูน รายงานเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ว่า บริษัท โอเพ่นเอไอ (OpenAI) เจ้าของแชตปัญญาประดิษฐ์ชื่อดัง อย่าง แชตจีพีที (ChatGPT) มีแผนที่จะเดินหน้าทำ IPO หรือการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก ภายในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ไม่เพียงแค่นักลงทุนเท่านั้น ที่จะวางเดิมพันกับกระแสเอไอที่กำลังขาขึ้นตอนนี้เท่านั้น แต่จะรวมถึงผลประโยชน์ที่พนักงานบริษัทจะได้รับด้วย ที่จะได้กลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่กันทั่วหน้า
ตามรายงานของวอลสตรีทเจอร์นัล ระบุว่า โอเพ่นเอไอ มีค่าเฉลี่ยตอบแทนในรูปแบบหุ้น สูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46.7 ล้านบาท) ต่อคน เมื่อปี 2025 สำหรับพนักงานราว 4,000 คน นอกจากนี้ จากการระดมทุนรอบล่าสุด บริษัท โอเพ่นเอไอ ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ประมาณ 830,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25.8 ล้านล้านบาท) ทำให้โอเพ่นเอไอ กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และหากการทำไอพีโอ ที่ระดับมูลค่าใกล้เคียงตัวเลขดังกล่าว ก็อาจทำให้พนักงานหลายพันคนกลายเป็นเศรษฐีหลายล้านดอลลาร์ได้ทันที เนื่องจากหุ้นหรือสิทธิซื้อหุ้นที่พวกเขาถืออยู่ จะสามารถแปลงเป็นเงินสดหรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหลังการเข้าตลาดหลักทรัพย์
ข่าวระบุว่า การแบ่งปันหุ้นให้พนักงานในระดับนี้ ถือว่าเป็นระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และถือว่าสูงที่สุดในบรรดาสตาร์ทอัพเทคโนโลยีรายใหญ่ทั้งหมด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุด คือช่วงที่ กูเกิล เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งในเวลานั้น ค่าเฉลี่ยตอบแทนในรูปแบบหุ้นของพนักงานอยู่ที่ประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเพียงประมาณ 1 ใน 6 ของระดับค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ยของโอเพ่นเอไอ ในปัจจุบันเท่านั้น
รายงานระบุว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากบริษัทคู่แข่งด้านเอไอ อย่าง Anthropic, Meta, Microsoft และ Google ที่ต่างพยายามแย่งตัวบุคลากรระดับหัวกะทิที่มีความสามารถในการสร้างโมเดลเอไอยุคถัดไปในระดับขนาดใหญ่ กลยุทธ์การมอบหุ้นของโอเพ่นเอไอ จึงดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาคนเก่งเป็นหลัก
โดยรายได้ประจำปีของโอเพ่นเอไอเกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 46.2 เปอร์เซ็นต์ ถูกนำไปใช้เพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้น ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สงครามการแย่งชิงบุคลากรเอไอนั้น ดุเดือดเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นเพียงค่าเฉลี่ยของพนักงานทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า บุคลากรระดับสูงบางคนของบริษัท น่าจะได้รับส่วนแบ่งที่มากกว่านั้น โดย ทิม ทูลลี หุ้นส่วนจาก เมนโล เวนเจอร์ส เคยให้สัมภาษณ์กับฟอร์จูนเอาไว้เมื่อปีก่อนว่า การมอบหุ้นสำหรับนักวิทยาศาสตร์ด้านวิจัย ในสตาร์ทอัพระดับซีรีส์ D อาจจะได้ถึง 2-4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว
ข่าวระบุว่า โอเพ่นเอไอ ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ปัจจุบันบริษัทมีการประกาศรับสมัครงานกว่า 450 ตำแหน่ง เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยครอบคลุมตั้งแต่ นักวิจัย นโยบายผลิตภัณฑ์ ฝ่ายทำตลาดและขยายธุรกิจและอื่นๆ
ซึ่งคุณสมบัติของผู้สมัครที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครมักจะเขียนไว้อย่างกระชับ ระบุเพียงความคาดหวังหลักไม่กี่ข้อ บางตำแหน่งระบุเพียงว่า “ผู้สมัครอาจทำผลงานได้ดี” หากมีวุฒิการศึกษาบางสาขา แต่มีเพียงไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้นที่ระบุชัดเจนว่า ต้องมีปริญญา ซึ่งแทนที่จะเน้นใบปริญญา โอเพ่นเอไอให้ความสำคัญกับ ความสามารถที่พิสูจน์ได้จริง ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคอย่างลึกซึ้ง และความสอดคล้องกับพันธกิจขององค์กร
ขณะที่ค่าตอบแทนถือว่าสูงมากเช่นกัน โดยเงินเดือนของหลายตำแหน่งเริ่มต้นที่มากกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 6.2 ล้านบาท) และยังมีหุ้นเพิ่มเติมให้อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัท ยังมีแพคเกจช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐานด้วย
โดย แซม อัลท์แมน ซีอีโอของโอเพ่นเอไอ เคยบอกไว้ว่า สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากทำงานในบริษัท อย่าง โอเพ่นเอไอและอาจจะได้โอกาสถือหุ้นในอนาคต คือ “จงใช้เครื่องมือเอไอให้เชี่ยวชาญ”
ทั้งนี้ แม้ว่า โอเพ่นเอไอ ยังไม่ได้เข้าตลาดหุ้น แต่พนักงานจะได้รับส่วนแบ่งในรูปของกำไรหรือหุ้นที่สามารถขายคืนได้ เมื่อมีการระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งตัวเลข 1.5 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่เงินเดือนประจำปี แต่เป็นมูลค่าของหุ้นที่พนักงานได้รับเฉลี่ยต่อคน ซึ่งถือว่ามหาศาลมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม

