ตึงเครียดมะกัน-อิหร่าน ทำน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 7 เดือน ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ขณะที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขู่จะเล่นงานอิหร่านหากไม่ยอมปิดดีลนิวเคลียร์กับสหรัฐ
น้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดน้ำมันโลก ปรับขึ้น 1.86% ปิดที่ 71.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ก็ปรับเพิ่มขึ้น 1.9% อยู่ที่ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากพุ่งไปแล้วกว่า 4% ในวันพุธ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
ด้านทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในสถานการณ์ไม่แน่นอน ปรับขึ้น 2% เมื่อวันพุธ และกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะขยับเพิ่มอีก 0.2% ในวันพฤหัสบดี แม้ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำจะมีความผันผวนสูงคล้ายหุ้นเก็งกำไร แต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้กระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยรอบใหม่ ล่าสุดราคาทองคำซื้อขายกันที่ 5,015.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะนี้คณะผู้แทนสหรัฐและอิหร่านก็กำลังหารือกันที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่า คณะเจรจาอิหร่านไม่ได้ยอมรับเงื่อนไขบางประการของประธานาธิบดีทรัมป์
ขณะเดียวกัน สหรัฐได้เคลื่อนย้ายกำลังและยุทโธปกรณ์ทางทหารเข้าใกล้ตะวันออกกลางมากขึ้น ทำให้ตลาดกังวลว่าอาจเกิดความขัดแย้ง ซึ่งจะกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก และดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นอีก
นักวิเคราะห์จาก Capital.com ระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาปะทุระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน กำลังสะท้อนเข้าสู่ราคาสินทรัพย์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะตลาดพลังงาน
จุดที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดคือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญนอกชายฝั่งอิหร่าน และถือเป็นคอขวดหลักของการขนส่งน้ำมันโลก สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐระบุว่า มีน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลไหลผ่านช่องแคบดังกล่าวในแต่ละวัน คิดเป็นประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก
นักวิเคราะห์จาก Saxo Bank ชี้ว่า การปรับขึ้นล่าสุดของราคาน้ำมันสะท้อนว่าตลาดกำลังเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของโลกกลับมาอยู่ใกล้จุดเสี่ยงของความขัดแย้งอีกครั้ง
นักวิเคราะห์จาก Capital Economics เตือนว่า หากเกิดการโจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นทันที และเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางหลักๆ ชะลอหรือปรับลดการลดดอกเบี้ยลง
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 268 จุด หรือ 0.54% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.28% และ Nasdaq Composite ลดลง 0.31%

