ผู้แทนการค้าสหรัฐเชื่อ ดีลภาษีทรัมป์ทั้งหมดไปต่อได้ เปิดสอบใต้ ม.301 อ้างการค้าไม่เป็นธรรม
นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังศาลสูงสุดสหรัฐวินิจฉัยว่าภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเก็บกับคู่ค้าทั่วโลกไม่ชอบด้วยกฎหมยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าจะเริ่มการสอบสวนรอบใหม่หลายคดีภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งครอบคลุมประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐเกือบทั้งหมด รวมถึงประเด็นต่างๆ เช่น การกำหนดราคายา
เกรียร์ระบุว่า รัฐบาลมั่นใจว่าข้อตกลงทางการค้าทั้งหมดที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เจรจาไว้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป แม้ว่าศาลฎีกาสหรัฐจะมีคำวินิจฉัยในวันเดียวกันให้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ถึง 50% ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเรียกเก็บภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA)
เกรียร์กล่าวว่า การเปิดการสอบสวนใหม่ตามมาตรา 301 อาจครอบคลุมประเด็นที่สหรัฐเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นปัญหากำลังการผลิตล้นเกินในภาคอุตสาหกรรม การใช้แรงงานบังคับ การกำหนดราคายา ตลอดจนการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และสินค้าดิจิทัล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนท่าทีของรัฐบาลสหรัฐที่ยังคงเดินหน้าเก็บภาษีกับคู่ค้าโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ แม้ศาลสูงสุดจะจำกัดการใช้อำนาจในการเรียกเก็บภาษีของทรัมป์ภายใต้ IEEPA แล้วก็ตาม
ทั้งนี้ มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐทำการตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่มีนโยบายหรือมาตรการทางการค้าที่สหรัฐเห็นว่าไม่เป็นธรรม หรือเป็นอุปสรรคต่อการค้าของสหรัฐ โดยให้อำนาจกับ USTR ในการสอบสวนและพิจารณาว่า ประเทศใดมีการปฏิบัติทางการค้าที่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ มีการเลือกปฏิบัติหรือกีดกันสินค้าหรือบริการของสหรัฐ และสร้างภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายดังกล่าว รัฐบาลสหรัฐสามารถขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศเป้าหมาย ระงับหรือยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า กำหนดข้อจำกัดทางการค้าอื่นๆ เช่น โควตานำเข้า และเจรจาเพื่อกดดันให้ประเทศคู่ค้าปรับเปลี่ยนนโยบาย มาตรา 301 เป็นการเปิดโอกาสให้สหรัฐดำเนินมาตรการฝ่ายเดียว โดยไม่จำเป็นต้องรอคำตัดสินจากองค์การการค้าโลกแต่อย่างใด
มาตรา 301 ถูกใช้เป็นเครื่องมือของสหรัฐในข้อพิพาททางการค้าหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรกของทรัมป์ ซึ่งมีการตั้งกำแพงภาษีกับสินค้านำเข้าจำนวนมากหลังการสอบสวนตามมาตรา 301 ดังกล่าว

