ทรัมป์สงสัย ทำไมอิหร่านไม่ยอมจำนน แม้มะกันเร่งเสริมกำลังในต.อ.กลาง
บีบีซีรายงานว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสงสัยว่าทำไมอิหร่านจึงยังไม่ “ยอมจำนน” ท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารของวอชิงตันในตะวันออกกลาง
วิตคอฟฟ์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า ทรัมป์รู้สึกสงสัยเกี่ยวกับท่าทีของอิหร่าน หลังจากที่ได้เตือนว่าเขาจะมีการโจมตีทางทหารแบบจำกัด หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้
“ผมไม่อยากใช้คำว่า ‘หงุดหงิด’ เพราะประธานาธิบดีทรีมป์เข้าใจดีว่าเขามีทางเลือกมากมาย แต่เขาก็สงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงยังไม่ ผมไม่อยากใช้คำว่า ‘ยอมจำนน’ แต่ทำไมพวกเขาถึงยังไม่ยอมจำนน ทำไม ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ ด้วยแสนยานุภาพทางทะเลและกองทัพเรือจำนวนมากที่เรามีอยู่ตรงนั้น พวกเขาถึงยังไม่เข้ามาหาเราแล้วบอกว่า เรายืนยันว่าเราไม่ต้องการอาวุธ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เราพร้อมจะทำ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังยากที่จะทำให้พวกเขาไปถึงจุดนั้นได้” วิตคอฟฟ์กล่าว
อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า เขาเชื่อว่ายังมีโอกาสที่ข้อพิพาทจะได้รับการแก้ไขด้วยวิถีทางการทูตบนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยขณะนี้ผู้เจรจากำลังทำงานเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลง และอารัคชีคาดว่าเขาจะได้พบกับวิตคอฟฟ์ที่เจนีวาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์
ล่าสุดรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะยอมผ่อนปรนเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ในการเจรจากับสหรัฐ เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างสันติ ขณะที่อิหร่านพยายามหลีกเลี่ยงการถูกสหรัฐโจมตีทางทหาร
เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงรายหนึ่งกล่าวว่า หลังการเจรจา 2 รอบ ทั้งสองฝ่ายยังคงเห็นต่างกันอย่างมาก แม้กระทั่งในประเด็นขอบเขตและลำดับขั้นตอนของการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ซึ่งสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจอิหร่าน
อย่างไรก็ดี รอยเตอร์รายงานเป็นครั้งแรกว่า อิหร่านกำลังเสนอข้อเสนอใหม่ๆ นับตั้งแต่การเจรจาสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะห่างไกลจากข้อตกลงและกำลังเข้าใกล้การเดินไปสู่ความขัดแย้งทางทหาร ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า อิหร่านกำลังพยายามรักษาช่องทางการเจรจาทางการทูตเอาไว้ และป้องกันการโจมตีครั้งใหญ่จากสหรัฐ
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า อิหร่านจะพิจารณาอย่างจริงจังถึงแนวทางผสมผสานคือ การส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่สุดครึ่งหนึ่งออกนอกประเทศ การลดความเข้มข้นของยูเรเนียมที่เหลือ และการเข้าร่วมในการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือด้านการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นระยะๆ ในการเจรจาทางการทูตที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยว่า อิหร่านจะดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าวเพื่อแลกกับการที่สหรัฐจะยอมรับสิทธิของอิหร่านในการ “เสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างสันติ” ภายใต้ข้อตกลงที่รวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจด้วย
เจ้าหน้าที่ยังบอกด้วยว่า อิหร่านยังเสนอเปิดช่องให้บริษัทสหรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้รับเหมาในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซขนาดใหญ่ของอิหร่าน ในแพ็กเกจทางเศรษฐกิจที่กำลังเจรจากันอยู่นั้น สหรัฐยังจะได้รับโอกาสในการลงทุนอย่างจริงจัง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่านด้วย

