จับ ‘ปีเตอร์ แมนเดลสัน’ อดีตทูตอังกฤษประจำสหรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่งข้อมูลให้ ‘เอปสตีน’
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษ เปิดเผยว่า นายปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำสหรัฐอเมริกา ถูกจับกุมตัวข้อหาประพฤติมิชอบ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความสัมพันธ์ที่มีต่อเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้ต้องหาคดีทางเพศ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกไป โดยการจับตัวอดีตทูตดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่วัน หลังจากอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ถูกตำรวจควบคุมตัว ก่อนปล่อยตัวในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ตำรวจนครบาล แถลงว่า หลังเวลา 02.00 น.ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ชายวัย 72 ปี ที่ถูกจับข้อหาต้องสงสัยว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ราชการ ได้รับการประกันตัว และปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ระหว่างที่รอการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป

โดยตามแนวทางปฏิบัติของตำรวจอังกฤษ จะไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ถูกจับกุมตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยในคดีก่อนหน้านี้ ถูกระบุว่าคือ อดีตนักการทูต วัย 72 ปี และมีการบันทึกภาพของปีเตอร์ แมนเดลสัน ได้ขณะถูกตำรวจนอกเครื่องแบบพาตัวออกจากบ้านพักในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ข่าวระบุว่า ทั้งแมนเดลสัน และอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า เป็นผู้ส่งต่อข้อมูลของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ให้แก่ เจฟฟรีย์ เอปสตีน โดยตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนแมนเดลสัน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเขาได้ส่งต่อข้อมูลลับของรัฐบาลให้แก่เอปสตีนเมื่อ 15 ปีก่อน แต่ไม่ได้เผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องเกี่ยวกับการประพฤติผิดทางเพศแต่อย่างใด
ทั้งนี้ แมนเดลสัน เคยดำรงตำแหน่งระดับอาวุโสในรัฐบาลหลายสมัย ภายใต้พรรคแรงงาน และดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ จะไล่เขาออกจากตำแหน่ง เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา หลังจากมีอีเมล์ ที่ถูกเผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นว่า เขายังคงความเป็นเพื่อนกับเจฟฟรีย์ เอปสตีนเอาไว้ หลังจากเอปสตีน ถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เมื่อปี 2008
โดยเอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันระหว่างแมนเดลสัน กับเอปสตีน ที่ครั้งหนึ่งเคยเรียกว่า “เพื่อนรักที่สุด” และข้อความต่างๆ ยังแสดงให้เห็นว่า แมนเดลสัน ได้ส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และความเคลื่อนไหวทางการตลาดที่สำคัญ ที่เป็นข้อมูลของรัฐบาล ให้แก่เอปสตีน เมื่อปี 2009 ในระหว่างที่แมนเดลสันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอาวุโส ในรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งรวมทั้งรายงานภายในของรัฐบาลที่หารือเกี่ยวกับหนทางที่สหราชอาณาจักรจะสามารถหาเงินมาได้ หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจของโลก เมื่อปี 2008 รวมทั้งการขายทรัพย์สินของรัฐบาล โดยแมนเดลสันยังได้บอกกับเอปสตีนว่า เขาจะล็อบบี้สมาชิกคนอื่นๆ ในรัฐบาลให้ปรับลดภาษีให้กับโบนัสของพนักงานธนาคาร
ข่าวระบุว่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนอาชญากรรม และค้นบ้านพัก 2 หลังของแมนเดลสัน ในกรุงลอนดอน และทางตะวันตกของประเทศอังกฤษ
ทั้งนี้ แมนเดลสัน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอาวุโส ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ช่วงปี 1997 ถึง 2001 และภายใต้นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวด์ ช่วงปี 2008 ถึง 2010 ระหว่างนั้น เขายังดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการการค้า สหภาพยุโรป (อียู)
โดยแมนเดลสัน เคยลาออกจากตำแหน่งในรัฐบาล 2 ครั้ง ในช่วงรัฐบาลของแบลร์ เนื่องจากข้อหาหาเกี่ยวกับเรื่องการเงินและปัญหาด้านจริยธรรม ซึ่งตอนนั้น แมนเดลสันได้ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้กระทำการใดที่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย
หลังจากนั้น แมนเดลสัน จึงได้กลับเข้าไปทำงานในรัฐบาล และกลับมามีบทบาทแนวหน้าทางการเมือง เมื่อสตาร์เมอร์ แต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ในช่วงเริ่มรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สมัยที่ 2 ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการค้า และความคุ้นเคยกับกลุ่มมหาเศรษฐี ทำให้แมลเดลสันถูกมองว่าเป็นทรัพย์สินที่สำคัญอย่างยิ่งต่อรัฐบาล
โดยแมนเดลสัน เป็นบุคคลที่มีส่วนช่วยในการทำให้สหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงทางการค้าเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งช่วยให้สหราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าบางส่วนที่ทรัมป์ประกาศบังคับใช้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก
โดยเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แมนเดลสัน ได้ลาออกจากสภาขุนนาง ซึ่งเป็นสภาสูงของรัฐสภาที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต ตั้งแต่ปี 2008 แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรดาศักดิ์ ลอร์ด แมนเดลสัน ที่มาพร้อมกับตำแหน่งในสภาขุนนาง

