สัญญาณพลิกฟื้น! เกาหลีใต้เฮ อัตราเกิดเพิ่มขึ้น 2 ปีติด หลังรั้งบ๊วย เกิดต่ำสุดในโลก
ข้อมูลเบื้องต้นของกระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้ เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ชี้ว่า อัตราการเกิดของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในปี 2025 โดยมีอัตราการเจริญพันธุ์รวม ซึ่งหมายถึงการมีบุตรโดยเฉลี่ยที่ผู้หญิงคนหนึ่งคาดว่าจะมีได้ตลอดช่วงวัยเจริญพันธุ์ อยู่ที่ 0.80 เพิ่มขึ้นจาก 0.75 ในปี 2024 ซึ่งอาจถือเป็นสัญญาณว่าเกาหลีใต้ที่เผชิญวิกฤตด้านประชากรมานานเกือบทศวรรษและเป็นประเทศที่มีอัตราเกิดต่ำที่สุดในโลกในปี 2023 นั้น อาจกำลังเริ่มพลิกฟื้นจากจุดวิกฤตด้านประชากร
อัตราเกิดใหม่ของเกาหลีใต้เริ่มฟื้นตัวขึ้นในปี 2024 จากแรงหนุนหลังช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และได้รับการสนับสนุนจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล หลังเกาหลีใต้มีอัตราเกิดลดลงต่อเนื่องถึง 8 ปี โดยมีอัตราเกิดต่ำที่สุดในโลกในปี 2023 ที่ 0.72
ในปี 2025 เกาหลีใต้มีอัตราเกิดใหม่อยู่ที่ 5.0 ต่อประชากร 1,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 4.7 ในปี 2024 เมื่อเทียบกับอัตราเกิด 5.6 ในประเทศจีน และ 4.6 ในไต้หวันในปีที่แล้ว และ 5.7 ในประเทศญี่ปุ่นในปี 2024 ซึ่งยังคงมีแนวโน้มอัตราเกิดลดลง
ทั้งนี้อัตราการเกิดของเกาหลีใต้ยังฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ที่ 0.75 ในปี 2025 และ 0.80 ในปี 2026
รายงานระบุว่าการแต่งงานซึ่งเป็นปัจจัยชี้นำล่วงหน้าของจำนวนการเกิดใหม่นั้น ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 8.1% ในปี 2025 หลังจากการพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 14.8% ในปี 2024 ซึ่ง พัค ฮยอนจอง เจ้าหน้าที่กระทรวงข้อมูลและสถิติกล่าวในการแถลงข่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ มีการแต่งงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาพรวมในประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรในช่วงวัย 30 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่มักแต่งงานและมีบุตร รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงในทัศนคติทางสังคมด้วย
สำหรับพื้นที่ที่มีอัตราเกิดใหม่สูงที่สุดคือ กรุงโซล อันเป็นเมืองหลวง ซึ่งมีอัตราเจริญพันธุ์ที่ 0.63 หรือเพิ่มขึ้น 8.9% จาก 0.58 ในปี 2024 แม้จะยังคงมีอยู่ในระดับต่ำทั่วประเทศ
รัฐบาลประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ วางแผนที่จะจัดทำแผนนโยบายระยะ 5 ปีในปีนี้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากจำนวนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะเพิ่มการสนับสนุนด้านนโยบายที่ได้ดำเนินการไปแล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสำหรับการคลอดบุตร และจะแนะนำมาตรการเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติที่มีทักษะเพื่อรับมือกับจำนวนแรงงานที่ลดลงด้วย
ประธานาธิบดีอียังได้เรียกร้องความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของประชากรและได้เสนอในการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(เอเปก) ในปีที่แล้ว สำหรับการจัดประชุมด้านนโยบายทางประชากรครั้งแรกของเอเปกขึ้นในเกาหลีใต้ในปีนี้ด้วย

