หน้าแรก ต่างประเทศ โลกห่วง ตอ.กล...

โลกห่วง ตอ.กลางเดือด รัสเซียจี้ สหรัฐ-อิสราเอล หยุดโจมตีอิหร่านทันที ร้องแก้ปัญหาโดยสันติ

28.02.26 | 19:13 น.
กลุ่มควันลอยขึ้นเหนือท้องฟ้ากรุงมานามา ของประเทศบาห์เรน หลังสื่อทางการบาห์เรน รายงานว่า มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อศูนย์บริการของกองเรือที่ 5 ของกองทัพสหรัฐ ที่ตั้งอยู่ในกรุงมานามา หลังการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (รอยเตอร์)

โลกห่วง ตอ.กลางเดือด รัสเซียจี้ สหรัฐ-อิสราเอล หยุดโจมตีอิหร่านทันที ร้องแก้ปัญหาโดยสันติ

มีปฏิกิริยาจากนานาชาติ ต่อการเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในวันเสาร์(28 ก.พ.)นี้ โดยกระทรวงต่างประเทศของเยอรมนีแถลงว่า กำลังจับตาสถานการณ์ในอิหร่าน อิสราเอล และทั้งภูมิภาคอย่างใกล้ชิด และว่า คณะทำงานจัดการวิกฤตแห่งชาติของเยอรมนี จะประชุมหารือกันในเวลา 12.00 น.ของวันเดียวกันตามเวลาเยอรมนี โดยทางกระทรวงฯได้ติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานทูตต่างๆ ของตนในภูมิภาค พร้อมขอให้พลเมืองชาวเยอรมันปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการท้องถิ่นในการปกป้องตนเองเพื่อความปลอดภัย

ด้านกายา กัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า พัฒนาการล่าสุดทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางมีความอันตรายอย่างยิ่ง และว่า สหภาพยุโรปกำลังประสานงานกับประเทศอาหรับ เพื่อแสวงหาแนวทางการทูต พร้อมเผยว่า เธอได้พูดคุยกับนายกีเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลและเครือข่ายกงสุลของยุโรปแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้พลเมืองอียูในการเดินทางออกนอกพื้นที่เสี่ยง และกำลังถอนเจ้าหน้าที่อียูที่ไม่จำเป็นออกจากภูมิภาคดังกล่าวด้วย

ขณะที่อัลลิสัน ฮาร์ท โฆษกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) กล่าวว่า นาโตกำลังจับตาพัฒนาการในอิหร่านและในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

สภาพความเสียหายในกรุงเตหะรานของอิหร่าน หลังจากถูกสหรัฐและอิสราเอลโจมตี (รอยเตอร์)

กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์เช่นกัน เรียกร้องให้สหรัฐและอิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่านในทันที โดยชี้ว่าสถานการณ์จะต้องกลับสู่เส้นทางของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและการทูต และว่า ประชาคมระหว่างประเทศควรเร่งประเมินสถานการณ์อย่างเป็นกลางต่อสิ่งที่รัสเซียเรียกว่า เป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเสี่ยงทำให้ภูมิภาคไร้เสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังระบุว่ารัสเซียพร้อมที่จะช่วยเหลือความพยายามในการหาทางออกอย่างสันติบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความเคารพซึ่งกันและกันและความสมดุลของผลประโยชน์

Advertisement

ส่วนกระทรวงต่างประเทศยูเครนระบุว่า สาเหตุของเหตุการณ์ในปัจจุบันนั้นมาจากความรุนแรงและการลอยนวลพ้นผิดของระบอบการปกครองอิหร่านโดยตรง โดยเฉพาะการสังหารและการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างสันติ ซึ่งทวีความรุนแรงและแพร่หลายมากขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ด้านนางอัวร์ซูลา ฟอน เดร์ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า สหภาพยุโรปได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างกว้างขวาง เพื่อตอบโต้สิ่งที่เธอเรียกว่า “ระบอบที่โหดเหี้ยม” ของอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด ปกป้องพลเรือน และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่
ขณะที่

สำนักงานของนางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับประชาชนพลเรือนของอิหร่าน และย้ำถึงข้อเรียกร้องให้เคารพสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยระบุว่า นางเมโลนีจะหารือกับพันธมิตรและผู้นำในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนความพยายามลดความตึงเครียด

ส่วนนายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียยืนหยัดเคียงข้างประชาชนผู้กล้าหาญของอิหร่านในการต่อสู้กับการกดขี่” และสนับสนุนสหรัฐในความพยายามป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ด้านนายนาวาฟ ซาลัม นายกรัฐมนตรีเลบานอน กล่าวถึงสถานการณ์โจมตีอิหร่านที่เกิดขึ้นว่า ตนจะไม่ยอมให้ใครลากประเทศเลบานอนเข้าสู่การผจญภัยที่คุกคามความมั่นคงและความเป็นเอกภาพของชาติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นข้อความทางอ้อมที่ส่งถึงกลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่ในเลบานอนอย่าง กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลังอยู่ โดยนายซาลัมกล่าวเรียกร้องให้ชาวเลบานอนให้กระทำสิ่งใดด้วยสติปัญญาและความรักชาติ โดยยึดผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเลบานอนเหนือสิ่งอื่นใด