หน้าแรก ต่างประเทศ การเดินเรือ-ข...

การเดินเรือ-ขนส่งสินค้า ในต.อ.กระทบหนัก หลังอิหร่านสั่งปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

1.03.26 | 10:34 น.
Reuters

การเดินเรือ-ขนส่งสินค้า ในต.อ.กระทบหนัก หลังอิหร่านสั่งปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

การเดินทางและขนส่งโดยเรือผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังอิสราเอลและสหรัฐทำการโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อิหร่านทำการโจมตีตอบโต้ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคและมีการประกาศปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

เรือหลายลำในบริเวณน่านน้ำใกล้เคียงได้รับการแจ้งเตือนจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ว่าไม่อนุญาตให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้านการค้าแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าเรือของทางบริษัทจะจอดประจำที่อยู่สัก 2-3 วัน เพื่อรอดูสถานการณ์ ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นเรือจำนวนมากจอดอยู่ใกล้กับท่าเรือใหญ่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และไม่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็าม กองทัพเรืออังกฤษระบุว่าคำสั่งของอิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้นไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ขอให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วยความระมัดระวัง

นอกจากนั้น การเดินเรือผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถึงขั้นหยุดนิ่งทั้งหมด แต่การสัญจรเป็นไปอย่างติดขัดมากขึ้น สมาคมเรือบรรทุกสินค้า Intertanko ระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐออกประกาศเตือนการเดินเรือในภูมิภาคดังกล่าว อาทิ ช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวโอมาน และทะเลอาหรับเหนือ เพราะไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของการเดินเรือได้ ขณะที่ทางการของประเทศกรีซออกคำแนะนำให้เรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ

Advertisement

ช่องแคบฮอร์มุซถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการเดินเรือ เพราะประมาณน้ำมันของโลกคิดเป็นถึง 20% และน้ำมันจากผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี อิรัก คูเวต และอิหร่าน ต้องใช้ช่องแคบฮอร์มุซในการขนส่งน้ำมัน เช่นเดียวกับก๊าซธรรมชาติเหลวจากประเทศกาตาร์ด้วย

ลอร่า เพจ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ให้คำแนะนำ Kpler ให้ข้อมูลว่า มีเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวชะลอหรือหยุดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 14 ลำ และคาดว่าจะมีเรือหยุดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ด้านกลุ่มบริษัทเดินเรือสินค้า Hapag-Lloyd สัญชาติเยอรมันระบุว่าสั่งระงับการเดนิเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วทั้งหมด และคาดว่าการให้บริการในท่าเรือต่างๆ ในพื้นที่อาจเจอกับความล่าช้าได้เช่นกัน

ส่วนบริษัทขนส่งสินค้ายักษ์ใหญ่อย่าง Maersk ของเดนมาร์กแจ้งความคืบหน้าว่ากำลังประสานกับพันธมิตรด้านความมั่นคงทั้งหมดในทะเลแดงและอ่าวเอเดน แต่ยังคงให้บริการขนส่งสินค้าในตะวันออกกลางต่อไป