หน้าแรก ต่างประเทศ ส่องปฏิกิริยา...

ส่องปฏิกิริยาโลก มะกัน-ยิวร่วมสังหาร คาเมเนอี

1.03.26 | 17:00 น.
Reuters

ส่องปฏิกริยาโลก มะกัน-ยิวร่วมสังหาร คาเมเนอี

จากกรณีที่สหรัฐและอิสราเอลสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน  ส่งผลให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐทั่วตะวันออกกลางภายใต้ปฏิบัติการ Truthful Promise 4

สำนักข่าวบีบีซีรายงานปฏิกิริยาของนานาประเทศต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นายอันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการสหประชาชาติ ประณามปฏิบัติการทางทหารรุนแรงขึ้น พร้อมกล่าวว่า การใช้กำลังทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน และการตอบโต้ของอิหร่านในเวลาต่อมาทั่วทั้งภูมิภาค บ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

“ขอเรียกร้องให้มีการยุติการสู้รบและลดระดับความตึงเครียดในทันที หากไม่ทำเช่นนั้น อาจเสี่ยงต่อการขยายตัวของความรุนแรงในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อพลเรือนและเสถียรภาพของภูมิภาค” กุแตเรชกล่าว

ขณะเดียวกันนาย ไมค์ วอลตซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า การโจมตีดังมุ่งเป้าทำลายสถานที่เชิงยุทธศาสตร์ รวมถึง การรื้อถอนขีดความสามารถด้านขีปนาวุธที่คุกคามพันธมิตร การลดทอนศักยภาพทางเรือที่ใช้สร้างความไม่มั่นคงในน่านน้ำสากล และการทำลายกลไกที่จัดหาอาวุธให้กองกำลังตัวแทน เพื่อให้แน่ใจว่าระบอบการปกครองอิหร่านจะไม่สามารถคุกคามโลกด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป

Advertisement

ด้าน แดนนี่ ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า อิสราเอลและสหรัฐ ได้ดำเนินการเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล ต่อพันธมิตรของเราและต่อเสถียรภาพของโลก

อย่างไรก็ดี วาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามการโจมตีดังกล่าว และกล่าวว่า การรุกรานที่อิหร่านเผชิญในวันนี้ได้ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น และอาจลุกลามไปเหนือพรมแดน

บัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของโอมาน ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ระบุผ่าน X ว่า  รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง การเจรจาที่จริงจังและมีความคืบหน้าได้ถูกบ่อนทำลายอีกครั้ง ขอเรียกร้องให้สหรัฐอย่าทำไปมากกว่านี้

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ประณามการโจมตีร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลว่าเป็นการโจมตีโดยไร้เหตุยั่วยุ และไม่ชอบธรรม ทรัมป์ได้เปลี่ยนนโยบาย อเมริกามาก่อน เป็นอิสราเอลมาก่อน ซึ่งนั่นหมายถึง อเมริกามาที่หลัง

ซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงประณามการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่อบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน และคูเวต ขณะที่ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส แถลงร่วมกับ นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซของเยอรมนี และ นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ว่า เราได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้อิหร่านล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ งดเว้นการกระทำที่บ่อนทำลายเสถียรภาพและยุติความรุนแรงและการกดขี่ต่อประชาชนในประเทศ ขอเรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านแสวงหาทางออกผ่านการเจรจา ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนชาวอิหร่านต้องได้รับอนุญาตให้กำหนดอนาคตของตนเอง

สตาร์เมอร์เปิดเผยด้วยว่า เครื่องบินของอังกฤษกำลังปฏิบัติการอยู่บนท้องฟ้าในตะวันออกกลางภายใต้ปฏิบัติการป้องกันระดับภูมิภาค เพื่อปกป้องประชาชน ผลประโยชน์และพันธมิตรของสหราชอาณาจักร

มาครงกล่าวว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การยกระดับความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องเป็นอันตรายต่อทุกฝ่าย

นางกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง ระบุผ่าน X ว่า สหภาพยุโรปได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดต่ออิหร่าน และสนับสนุนแนวทางการทูต การคุ้มครองพลเรือนและการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดด้วย

ด้าน บราซิล ออกแถลงประณามการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล และแสดงความกังวล ในส่วนของ นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียสนับสนุนสหรัฐในการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อไม่ให้อิหร่านคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศต่อไป