เปิดคลังแสงมะกัน ปฏิบัติการ Epic Fury ถล่มอิหร่าน
หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศเปิดปฏิบัติการทางทหาร Epic Fury โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งมุ่งกำจัดผู้ปกครองอิหร่านและทำลายล้างโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยส่งกองกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เปี่ยมด้วยแสนยานุภาพเข้าสู่ตะวันออกกลางเป็นการเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ กองบัญชาการกลางสหรัฐ(CENTCOM) ได้เปิดเผยรายชื่ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่กองทัพสหรัฐใช้ในสงครามโจมตีอิหร่านครั้งนี้ อาทิ

1.เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบล่องหน B-2 stealth bombers เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทรงปีกค้างคาว มีราคาลำละกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลังที่สุดในกองทัพอากาศสหรัฐ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เจ็ต 4 เครื่องยนต์ สามารถบรรทุกอาวุธธรรมดาหรืออาวุธนิวเคลียร์ได้ มีพิสัยยิงทำการข้ามทวีปและสามารถเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศได้ ครั้งนี้กองทัพสหรัฐส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 ทิ้งระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ โจมตีฐานติดตั้งขีปนาวุธของอิหร่าน

2.โดรน LUCAS เป็นโดรนแบบเที่ยวเดียว(one-way drone) ซึ่ง CENTCOM เปิดเผยว่า ถูกนำมาใช้ในการรบจริงครั้งแรกในปฏิบัติการ Epic Fury ถล่มอิหร่านครั้งนี้ หลังจากจัดตั้งหน่วยโดรน Task Force Scorpion Strike (TFSS) และเริ่มปฏิบัติการในตะวันออกกลางเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยหน่วย TFSS ถูกออกแบบมาเพื่อจัดหาขีดความสามารถด้านโดรนที่มีต้นทุนต่ำและมีประสิทธิภาพให้ถึงมือกำลังพลในสนามรบอย่างรวดเร็ว CENTCOM ระบุว่า ระบบ LUCAS เป็นโดรนโจมตีแบบพลีชีพราคาถูกที่สหรัฐพัฒนามาจากแบบโดรน Shahed ของอิหร่าน
3.กองเรือรบสหรัฐ: CENTCOM ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตติดขีปนาวุธของสหรัฐ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้แก่ เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด ที่ถูกเคลื่อนเข้าประจำการในตะวันออกกลางก่อนหน้าที่สหรัฐจะเปิดฉากถล่มอิหร่าน โดยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัมฯ อยู่ในอ่าวอาหรับ และเรือบรรทุกเครื่องบิน เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งอิสราเอล
ในการนี้ CENTCOM ยังได้เผยวิดีโอแสดงให้เห็น เครื่องบินขับไล่ F/A-18 และ F-35 ขึ้นบินและลงจอดบนเรือลินคอล์นด้วย ก่อนหน้านี้อิหร่านกล่าวอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีโดนเรือลินคอล์นฯ แต่CENTCOM โต้กลับทันทีว่า “โกหก”
วิดีโอของสหรัฐยังแสดงให้เห็นเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke ของสหรัฐ ยิงขีปนาวุธ Tomahawk ด้วย โดยเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke ของสหรัฐ ซึ่งมีหลายลำอยู่ในภูมิภาคนี้ สามารถบรรทุกขีปนาวุธโทมาฮอว์กได้มากถึง 96 ลูก
4.ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตและธาด (Patriot and THAAD (Terminal High-Altitude Area Defense) ถูกใช้เพื่อต่อต้านโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านที่รุกเข้ามา สำหรับจำนวนของขีปนาวุธแพทริออตและธาดที่กองทัพสหรัฐใช้ยิงสกัดออกไปแล้วนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด
5.ฝูงบินขับไล่: CENTCOM เผยว่า เครื่องบินขับไล่หลายรุ่นเข้าร่วมปฏิบัติการรบครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง F-16 และ F/A-18 นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-22 และ F-35 ซึ่งปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน
6.เครื่องบินโจมตีอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G พัฒนามาจากเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18 Super Hornet โดยเครื่อง Boeing EA-18G Growler ติดตั้งพ็อดรบกวนสัญญาณ (jamming pods) ระบบต่อต้านการสื่อสาร และเรดาร์สำหรับตรวจจับและกดดัน/ทำลายภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์ของฝ่ายตรงข้าม
เครื่องบินไอพ่นสองเครื่องยนต์รุ่นนี้ยังสามารถติดตั้งขีปนาวุธที่ล็อกเป้าไปยังการปล่อยสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เช่น สถานีเรดาร์และศูนย์สื่อสารได้ด้วย
7.เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS): สหรัฐใช้ AWACS สองประเภท ได้แก่ E-3 Sentry ของกองทัพอากาศสหรัฐ และ E-2 Hawkeye ของกองทัพเรือสหรัฐ AWACS สามารถระบุและติดตามเครื่องบินและเรือข้าศึก ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลสนามรบโดยละเอียดได้ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์บัญชาการและกองเรือในทะเลของสหรัฐ

8. เครื่องบินถ่ายทอดสัญญาณสื่อสารทางอากาศ (Airborne Communication Relay aircraft) ซึ่ง CENTCOM ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจง แต่มีรายงานว่าพบเห็นเครื่องบิน EA-11 BACN (battlefield airborne communications node) ของกองทัพอากาศสหรัฐ ในตะวันออกกลางในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการโจมตี
Bombardier บริษัทผู้ผลิต กล่าวว่า EA-11 ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินเจ็ตธุรกิจชนิด 2 เครื่องยนต์ มักถูกเรียกว่า “Wi-Fi บนท้องฟ้า” และใช้ “เพื่อเชื่อมต่อเสียงและข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างกองกำลังทางอากาศและทางบกในขณะที่ต้องเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เช่น ภูเขา ภูมิประเทศที่ขรุขระ หรือระยะทาง
9.เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 เป็นเครื่องบินเจ็ท 2 เครื่องยนต์ของกองทัพเรือสหรัฐ มีชื่อว่า โพไซดอน ถูกใช้ในภารกิจต่อต้านเรือดำน้ำ รวมถึงภารกิจด้านข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน
10.เครื่องบินลาดตระเวน RC-135 สามารถบรรทุกลูกเรือมากกว่า 30 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ข่าวกรองและช่างซ่อมบำรุง เครื่องบิน RC-135 เป็นเครื่องบินที่ใช้งานอย่างต่อเนื่องในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐนับตั้งแต่สงครามเวียดนาม เครื่องบินเจ็ท 4 เครื่องยนต์นี้ ดัดแปลงมาจากโครงสร้างเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 707 สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองได้แบบเรียลไทม์

11.M-142 HIMARS: ระบบจรวดปืนใหญ่เคลื่อนที่เร็ว (High Mobility Artillery Rocket System) ของกองทัพบกสหรัฐ ติดตั้งบนรถบรรทุกสามเพลา ผู้ผลิตคือ Lockheed Martin ระบุว่าระบบนี้มีขีดความสามารถแบบ “ยิงแล้วเคลื่อนที่” (shoot-and-scoot) หมายความว่าสามารถยิงจรวดแล้วเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกตอบโต้กลับ M142 HIMARS สามารถบรรทุกจรวดพิสัยยิงไกลกว่า 300 ไมล์ ขึ้นอยู่กับภารกิจที่ต้องการ
12. สินทรัพย์สำหรับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ซึ่งรวมถึงทั้งเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศและเรือขนส่งเสบียงในทะเล โดยกองทัพอากาศสหรัฐใช้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ 2 ประเภท ได้แก่ KC-135 ชนิด 4 เครื่องยนต์ ซึ่งดัดแปลงมาจากโครงสร้างลำตัวเครื่องบินโบอิ้ง 707 และ KC-46 ประเภท 2 เครื่องยนต์ ดัดแปลงมาจากโบอิ้ง 767 โดยการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ที่บินระยะไกลไปยังตะวันออกกลางจากแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ แต่เครื่องบินในภูมิภาคนี้สามารถเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศได้เพื่ออยู่ใกล้สนามรบได้นานขึ้น

