ไฟรบตะวันออกกลาง ทำตั๋วเครื่องบิน ‘เอเชีย-ยุโรป’ ราคาพุ่ง หลังปิดฮับการบินอาหรับ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาตั๋วเครื่องบินระหว่างทวีปเอเชียและยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง จนทำให้ต้องปิดฮับการบินขนาดใหญ่ ผลสืบเนื่องดังกล่าวทำให้ตั๋วเที่ยวบินตรงระหว่างเอเชีย-ยุโรปขายหมดล่วงหน้านานนับสัปดาห์ หรืออาจต้องเปลี่ยนเส้นทางบินจนต้องใช้งบประมาณในการบินสูงขึ้นตามมา
การเปิดฉากโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐในอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนนำมาสู่การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้ฮับการบินขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง อาทิ สนามบินดูไบที่เป็นสนามบินที่คับคั่งที่สุดในโลก ต้องปิดทำการบินเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันในวันที่ 3 มีนาคม ทำให้การสัญจรในเส้นทางยอดนิยม เช่น ออสเตรเลียไปยุโรป มีปริมาณเที่ยวบินลดลงอย่างชัดเจน แม้สายการบินจากตะวันออกกลางอย่าง เอมิเรตส์ แอร์ไลน์และกาตาร์ แอร์เวย์ จะมีส่วนแบ่งสูงในเส้นทางบินดังกล่าว
Flight Centre Travel Group บริษัทท่องเที่ยวสัญชาติออสเตรเลีย ระบุว่ามีผู้ติดต่อมาทางสาขาและสายโทรขอความช่วยเหลือมากขึ้นถึง 75% นับตั้งแต่การสู้รบในตะวันออกกลางเริ่มขึ้น นายแอนดริว์ สตาร์ค ผู้อำนวยการบริหารให้ข้อมูลว่า ชาวออสเตรเลียเริ่มหันไปจองเที่ยวบินไปยุโรปที่ไปเปลี่ยนเครื่องในฮับการบินอื่นๆ ในเอเชียแทน เช่น จีน สิงคโปร์ หรือหันไปใช้ฮับการบินอื่นในอเมริกาเหนือแทน
ขณะที่สายการบินอื่นๆ ที่ให้บริการบินตรงระหว่างเอเชียไปยุโรปที่เคยต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง อาจต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน ด้วยอ้อมขึ้นเหนือไปบินผ่านภูมิภาคคอเคซัสก่อนเข้าน่านฟ้าประเทศอัฟกานิสถาน หรือบินอ้อมลงใต้ไปเข้าน่านฟ้าประเทศอียิปต์แทน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเส้นทางการบินอาจทำให้ระยะเวลาในการบินสูงขึ้นและใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ยิ่งทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้นตามมา โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นจากปัญหาในตะวันออกกลางเช่นกัน และผลกระทบต่อราคาตั๋วเครื่องบินอาจดำเนินต่อไปในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากมีการใช้งบประมาณในการบินสูงขึ้นก็อาจทำให้สายการบินต่างๆ ทำกำไรได้ยากขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ Alton Aviation Consultancy ให้ความเห็นว่าสายการบินที่บินตรงระหว่างเอเชีย-ยุโรป หรือสายการบินที่ใช้ฮับการบินอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบอาจมีปริมาณผู้โดยสารสูงขึ้น อาจเป็นข่าวดีสำหรับสายการบินอย่าง สิงคโปร์ แอร์ไลน์ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค หรือเตอร์กิช แอร์ไลน์ เพราะผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการใช้สายการบินตะวันออกกลางในช่วงนี้
ตั๋วเที่ยวบินชั้นประหยัดเส้นทางระหว่าง ฮ่องกง-ลอนดอน ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ขายหมดทุกที่นั่งไปจนถึงวันที่ 11 มีนาคม และตั๋วเที่ยวเดียวของวันดังกล่าวมีราคาสูงถึงกว่า 85,000 บาท เมื่อเทียบกับตั๋วเส้นทางบินดังกล่าวของช่วงปลายเดือนมีนาคมซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท
ขณะที่สายการบินแควนตัสของออสเตรเลีย ไม่มีการเปิดขายตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดเส้นทาง ซิดนีย์-ลอนดอน ที่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เพิร์ธและสิงคโปร์ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 17 มีนาคม แต่ราคาตั๋วเส้นทางบินดังกล่าวที่ต้องเปลี่ยนเครื่องที่ลอสแอนเจลิสและโจฮันเนสเบิร์กถือว่าสูงมากเช่นกัน
ด้านตั๋วเครื่องบินไปยุโรปของสายการบินไทยขายหมด เพราะนักท่องเที่ยวยุโรปเลือกที่จะบินตรงมากกว่าต้องไปต่อเครื่องที่ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ-ลอนดอนที่ขายหมดทุกที่นั่งไปจนถึงช่วงสัปดาห์หน้า และราคาตั๋วในช่วงดังกล่าวยังคงสูง เช่น ที่นั่งชั้นประหยัดเส้นทางกรุงเทพฯ-ลอนดอน มีราคาตั๋วเที่ยวเดียวของวันที่ 15 มีนาคมอยู่ที่ 71,190 บาท โดยราคาตั๋วปรับลดลงมาเหลือ 27,045 บาทในวันที่ 18 มีนาคม
ขณะที่สายการบินอีวีเอ แอร์ บอกว่ายอดการจองตั๋วเครื่องบินไปยุโรปพุ่งสูงอย่างมาก ส่วนสายการบินต่างๆ ของประเทศจีนมีค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินจีน-อังกฤษสูงขึ้นกว่าระดับปกติ เพราะตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดขายหมดเกือบทุกที่นั่ง

