หน้าแรก ต่างประเทศ ปิดช่องแคบฮอร...

ปิดช่องแคบฮอร์มุซขู่เผาเรือ ตอ.กลางยังเดือดลาม 9 ปท. บึ้มสถานทูตมะกันริยาด สลดนักตบลูกยางดับ20

4.03.26 | 06:20 น.
ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ปิดช่องแคบฮอร์มุซขู่เผาเรือ ตอ.กลางยังเดือดลาม 9 ปท. บึ้มสถานทูตมะกันริยาด สลดนักตบลูกยางดับ20 สหรัฐเตือนพลเรือน 14 ปท. ทรัมป์รับศึกอิหร่านยืดเยื้อ

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกลาง หลังสหรัฐและอิสราเอลร่วมกันถล่มอิหร่าน ทำให้อิหร่านโจมตีตอบโต้ ถึงตอนนี้ สถานการณ์การสู้รบลุกลามไป 9 ประเทศแล้ว ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอแดน ไซปรัส และ เลบานอน ล่าสุด สื่ออิหร่านรายงานว่า อิบราฮิม จาบารี ที่ปรึกษาอาวุโสของ IRGC กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว หากใครพยายามแล่นเรือผ่านไป IRGC และกองทัพเรือจะจุดไฟเผาเรือเหล่านั้น สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกที่เชื่อมประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ แต่กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกปิด

ช่วงคืนที่ผ่านมา อิหร่านยังคงโจมตีเป้าหมายอิสราเอล สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย โดยสถานทูตของสหรัฐในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยโดรนต้องสงสัยว่าเป็นของอิหร่าน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้บางส่วน แต่กระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย ยืนยันว่าสกัดโดรนต้องสงสัย 8 ลำใกล้กรุงริยาดและเมืองอัล-คาร์จ มีโดรน 2 ลำโจมตีสถานทูตสหรัฐประจำกรุงริยาด เกิดเปลวไฟลุกไหม้แต่ไม่รุนแรง ท่ามกลางควันที่พวยพุ่งเหนือย่านสถานทูตในกรุงริยาด ที่ตั้งของสถานทูตต่างชาติ ขณะที่กระทรวงกลาโหมคูเวตแถลงว่า สอยเครื่องบินทิ้งระเบิด SU-24 ของอิหร่านได้ 2 ลำ รวมทั้งระบบป้องกันทางอากาศยังสกัดขีปนาวุธ 7 ลูก และทำลายโดรนอิหร่าน 5 ลำด้วย

คืนที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลอ้างว่า ได้โจมตีและทำลายสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน(IRIB) ศูนย์สื่อสารของระบอบการปกครองก่อการร้ายอิหร่านในเขตเอวินทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน แต่สถานีฯยังคงออกอากาศต่อไปท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างอิสราเอลและสหรัฐที่กำลังดำเนินอยู่

ส่วนสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานว่า นางมานซูเรห์ โคจาสเตห์ บาเกอร์ซาเดห์ วัย 79 ปี ภรรยาของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหารเสียชีวิตพร้อมแกนนำระดับสูงหลายสิบคนเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังมีอาการโคมาจากการบาดเจ็บตั้งแต่ถูกโจมตีพร้อมสามี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวจากนานาชาติในการช่วยเหลืออพยพประชาชนของตนเองจากพื้นที่สู้รบ อาทิ ทางการอิตาลี เกาหลีใต้ ประสานงกระทรวงต่างประเทศเพื่อช่วยเหลือพลเมืองที่ติดค้างในภูมิภาคดังกล่าวกลับประเทศ ส่วนประเทศฟิลิปปินส์มีแรงงานกว่า 1 ล้านคนในตะวันออกกลางกำลังเสี่ยงภัยจากสงครามในตะวันออกกลาง

เว็บไซต์เดอะเยรูซาเลมโพสต์ สื่อของอิสราเอล รายงานว่า สหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อวันที่ 2 มีนาคมให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากประเทศในตะวันออกกลาง 14 ประเทศ ครอบคลุมประเทศบาห์เรน อียิปต์ อิหร่าน อิรัก อิสราเอล เวสต์แบงก์และฉนวนกาซา จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน ทันที โดยใช้บริการขนส่งเชิงพาณิชย์ที่ยังให้บริการอยู่

Advertisement

สำนักข่าวรอยเตอร์และสเตรทไทมส์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แถลงต่อสาธารณะจากทำเนียบขาวสหรัฐเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม โดยพูดถึง 4 เป้าหมายของปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน คือ เป้าหมายแรก ต้องทำลายขีดความสามารถทางขีปนาวุธของอิหร่าน 2.ทำลายกองทัพเรือของอิหร่าน 3.ต้องทำให้แน่ใจว่าอิหร่าน ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับ 1 ของโลกต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และ 4. อิหร่านจะต้องไม่ส่งอาวุธ เงิน หรือสั่งการกลุ่มก่อการร้ายที่อยู่นอกพรมแดนอีกต่อไป

เป็นถ้อยแถลงที่ขัดแย้งกับบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ รวมทั้งเรื่องกรอบเวลา ซึ่งเดิมกล่าวกับเดลีเมลว่าปฏิบัติการในอิหร่านอาจใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น ก่อนปรับเพิ่มตัวเลขเป็น 4 – 5 สัปดาห์ในการให้สัมภาษณ์กับ New York Times และเพิ่มระยะเวลาอีกครั้งว่าอาจดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย พร้อมบอกว่าการโจมตีระลอกใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

สถานีโทรทัศน์ “อัล มายาดีน”ของอิหร่าน รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีขีปนาวุธจากฝั่งอิสราเอลและสหรัฐยิงมาตกบริเวณเมืองฟาร์ส ทางใต้ของประเทศอิหร่าน มีเป้าหมายที่ยิมเนเซียมแห่งหนึ่ง ทำให้มีนักวอลเลย์บอลหญิงเสียชีวิตถึง 20 คน โดยสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (เอฟไอวีบี) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจกับครอบครัวนักวอลเลย์บอลเยาวชนหญิงในอิหร่านที่เสียชีวิต รวมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเร่งดำเนินงานด้านมนุษยธรรมแบบทันท่วงที พร้อมเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันลดความตึงเครียด และแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ