ยิว-มะกัน ยกระดับโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง เด็ดหัวผบ.คูดส์ในเลบานอน ซาอุฯกร้าว พร้อมป้องกันตนเอง
สื่อต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศใส่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศอิหร่านอีกครั้งในวันที่ 3 มีนาคม พุ่งเป้าทำลายเครื่องยิงขีปนาวุธ ศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของอิหร่าน เช่นเดียวกับทางฝั่งอิหร่านที่ทำการโจมตีตอบโต้อิสราเอลและประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
เสียงระเบิดดังสนั่นกรุงเตหะรานอีกครั้ง จากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐ เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้ทำการโจมตีอาคารแห่งหนึ่งในเมืองกอม ซึ่งเป็นสถานที่ที่คาดว่าสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ หรือ Assembly of Experts จะมาหารือเพื่อเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยกำลังอยู่ระหว่างประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตในอาคารหรือไม่
นอกจากนั้น อิสราเอลยังโจมตีใส่สถานที่ผลิตและคลังเก็บขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน เช่นเดียวกับเครื่องยิงขีปนาวุธประมาณ 300 ชุด พร้อมกับอ้างว่าได้ทำลายศูนย์บัญชาการทางนิวเคลียร์ใต้ดิน ที่ถูกใช้ในการวิจัยส่วนประกอบสำคัญในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ กองทัพอิสราเอลยังสังหาร ดาอูด อาลี ซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังคูดส์ในเลบานอนจากการทำการโจมตีในกรุงเตหะราน
กองกำลังคูดส์มีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน และซาเดห์ถือเป็นผู้บัญชาการระดับสูงที่สุดของอิหร่านที่อยู่ในเลบานอน เพื่อทำการโจมตีอิสราเอลจากเลบานอน
พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสหรัฐประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) เปิดเผยว่า จนถึงตอนนี้หลังเริ่มปฏิบัติการไปไม่ถึง 100 ชั่วโมง สหรัฐทำการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วเกือบ 2,000 แห่ง และทำลายขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน รวมถึงทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว เครื่องยิงจรวด และโดรนของอิหร่านไปแล้วหลายร้อยลำ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการเท่านั้น
ขณะที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวไปแล้วมากกว่า 500 ลูก และใช้โดรนไปแล้วมากกว่า 2,000 ลำนับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อโจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้า
ในทางฝั่งอิหร่านก็ยกระดับการโจมตีตอบโต้ในวันที่ 3 มีนาคมเช่นกัน หลังก่อนหน้านี้โดรนของอิหร่านทำการโจมตีใส่สถานทูตสหรัฐในกรุงริยาดห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตามที่เคยมีการรายงานไปแล้ว ล่าสุด โดรนของอิหร่านตกใส่ลานจอดรถของสถานกงสุลสหรัฐในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ในบริเวณดังกล่าว ทำให้มีการปิดสถานทูตสหรัฐในหลายประเทศตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และเลบานอน
ยูเออีระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนมาทางยูเออีแล้วมากกว่า 1,000 ลูก แต่ถูกยิงสกัดได้เกือบทั้งหมด กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐที่ไม่มีความจำเป็นพร้อมกับครอบครัวให้อพยพออกจากประเทศคูเวต บาห์เรน อิรัก กาตาร์ จอร์แดน และยูเออี พร้อมกับเรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐอพยพออกจากหลายประเทศในตะวันออกกลาง
เครื่องบินรบ เอฟ-35 ของอังกฤษช่วยยิงสกัดโดรนของอิหร่านในประเทศจอร์แดน อิรัก และกาตาร์ เช่นกัน กองกำลังความมั่นคงของกาตาร์สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 10 คนที่คาดว่าจะเป็นสายลับของกองกำลัง IRGC ของอิหร่าน โดย 7 คนถูกส่งมาเพื่อสอดแนมข้อมูลข่าวกรองที่สำคัญของกาตาร์รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร และอีก 3 คนถูกส่งมาฝึกการใช้โดรน ด้านประเทศซาอุดีอาระเบียประกาศว่าจะใช้มาตรการทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อปกป้องความมั่นคงและประชาชนของตัวเอง โดยแสดงความพร้อมที่จะระดมกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือประเทศพันธมิตรต่อการโจมตีจากอิหร่าน
นอกจากนั้น อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงมีการยิงต่อสู้กันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ฮิซบอลเลาะห์ระบุว่าได้โจมตีฐานทัพเรือไฮฟาของอิสราเอลเมื่อเวลา 20.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 3 มีนาคม ส่วนกองทัพอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมาย 60 แห่งของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อาทิ คลังเก็บอาวุธ ศูนย์บัญชาการ เครื่องยิงขีปนาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ
สภาเสี้ยววงเดือนแดงระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมในอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลว่าอยู่ที่อย่างน้อย 787 ราย ขณะที่การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 50 คน โดยจำนวนนี้เป็นเด็ก 7 คน
นายฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ออกมาวิจารณ์การโจมตีของอิหร่านต่อประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางว่าเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ เพราะประเทศเหล่านั้นมีบทบาทช่วยไม่ให้สงครามเกิดขึ้น และการโจมตีดังกล่าวของอิหร่านอาจทำให้สงครามขยายวงกว้างออกไป หากประเทศเหล่านั้นตอบโต้กลับอิหร่าน

