จีนเปิดการประชุม CPPCC ชูธงเพื่อประชาชน
ผู้สื่อข่าวมติชนรายงานจากมหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นายหลิว เจียอี้ โฆษกการประชุมครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการแห่งชาติชุดที่ 14 แห่ง สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) ประกาศว่า การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นเป็นเวลา 7 วัน โดยจะเปิดการประชุมในวันที่ 4 มีนาคม และปิดการประชุมในวันที่ 11 มีนาคม พร้อมกล่าวว่า ปี 2025 จะเป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 และเป็นปีที่จะมีการวางแผนและกำหนดกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมจะดำเนินการปรึกษาหารือและพิจารณาประเด็นเชิงยุทธศาสตร์และประเด็นมองไปข้างหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาประเทศ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพสูง และปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกคณะกรรมการในการรับใช้ประชาชน
“สมาชิก CPPCC ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่เพาะปลูก โรงงาน ชุมชนชนบท ที่ราบสูง และหมู่บ้านชายแดน เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อแก้ไขความกังวลเร่งด่วนของประชาชน ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรมด้านการเกษตร การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการแผ่ขยายของทะเลทราย การบรรยายเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง” นายหลิวกล่าว

นายหลิวกล่าวด้วยว่า เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแบบบูรณาการด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี CPPCC ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการปฏิรูปและกลไกด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยได้จัดการตรวจสอบ วิจัยและปรึกษาหารือ รวมถึงยื่นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องรวม 103 ข้อ
สำหรับนโยบายการต่างประเทศของจีน นายหลิวกล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและผันผวน CPPCC ได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และมีส่วนสนับสนุนเชิงบวกต่อยุทธศาสตร์การทูตโดยรวมของประเทศ
“ตลอดปีที่ผ่านมา สมาชิกได้นำคณะผู้แทนเยือนมากกว่าสิบประเทศในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกาและละตินอเมริกา และได้ต้อนรับคณะผู้แทนต่างชาติกว่าสิบคณะ เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมเศรษฐกิจและสังคมจีนปี 2025 และการประชุมโต๊ะกลมจีน–สหภาพยุโรป ครั้งที่ 20” นายหลิวเสริม

ต่อคำถามว่า ปีที่แล้วถือเป็นวาระการครบครอบ 60 ปี ของการก่อตั้งเขตปกครองตนเองทิเบต และครบครอบ 70 ปีของการก่อตั้งเขตปกครองตนเองซินเจียง ภายใต้อุดมการณ์ในการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง นายหลิวตอบว่า ได้มีดำเนินการวิจัยในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประชาชาติที่มีอนาคตร่วมกัน มีส่วนร่วมในการตีความและจัดระบบทฤษฎีชาติพันธุ์ของพรรคในสมัยใหม่ รวมทั้งดำเนินการวิจัยในหลายประเด็นที่ควรได้รับการแก้ไขในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ชนกลุ่มน้อย
“สมาชิก CPPCC ครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 56 กลุ่ม ส่งผลให้เกิดข้อได้เปรียบในการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างฉันทามติระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดที่พวกเขามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ความเชื่อ วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ” นายหลิวกล่าว

ต่อคำถามว่า CPPCC มีส่วนร่วมในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าอย่างไร นายหลิวกล่าวว่า ได้จัดให้มีการสำรวจ การปรึกษาหารือในหัวข้อต่างๆ และการกำกับดูแลโดยประชาธิปไตย เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงระดับสูงระหว่างทั้งสามพื้นที่ ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการไหลเวียนของปัจจัยการผลิตต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
“สมาชิกจากฮ่องกงและมาเก๊าได้แสดงบทบาท ‘เชิงบวกสองด้าน’ อย่างเต็มที่ โดยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสร้างเขตเศรษฐกิจอ่าวใหญ่เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฮ่องกง มาเก๊า และจีนแผ่นดินใหญ่ในด้านการค้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวัฒนธรรม” นายหลิวเสริม

