ทูตอิหร่านประณามสหรัฐ-อิสราเอล ละเมิดกม.ระหว่างประเทศ เข้าข่าย ‘ก่อการร้าย’ ยันไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 มีนาคม 2569 นายนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี (Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประจำประเทศไทย เปิดทำเนียบแถลงครั้งแรกถึงจุดยืนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ว่า อิหร่านมีสิทธิในการปกป้องอธิปไตยของตนเอง พร้อมกล่าวประณามสหรัฐ และอิสราเอล ว่า ทั้ง 2 ประเทศ เริ่มต้นโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน และเกิดขึ้นในขณะที่การเจรจาประเด็นเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ยังไม่เสร็จสิ้นดี
นายนัสเซอร์รุดดีนกล่าวว่า ขณะเดียวกัน สหรัฐยังเลือกโจมตีไปยังอาคารบ้านเรือนของประชาชนผู้บริสุทธิ์ โรงพยาบาล และโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีทางอากาศลงพื้นที่โรงเรียนประถมหญิงในเมืองมีนาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีนักเรียนเสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 165 ราย
เป้าหมายของสหรัฐและอิสราเอลที่มุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของอิหร่าน ถือเป็นการกระทำที่เลวร้ายถึงขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นการก่อการร้าย การกระทำของสหรัฐและอิสราเอลในปฏิบัติการที่เกิดขึ้น รวมทั้งการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ยังถือเป็นการก่อการร้ายของคนขลาด ละเมิดหลักการขั้นพื้นฐานความสัมพันธ์ในระดับรัฐต่อรัฐ รวมทั้งเป็นการบ่อนทำลายเสถียรภาพของระบบประชาคมโลก ซึ่งผู้ก่อเหตุจะต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า การโจมตีอิหร่านเกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐกำลังเจรจากับอิหร่าน จึงเห็นได้ว่า การโจมตีอิหร่านเป็นแผนการที่ตัดสินใจไว้ก่อนแล้ว
ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับประเทศไทยนั้น นายไฮดารีกล่าวยืนยันว่า ไม่มีคนไทยในอิหร่านได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี และขณะนี้ คนไทยบางส่วนได้เดินทางออกจากกรุงเตหะรานไปยังตุรกีอย่างปลอดภัยแล้ว แต่ประเด็นที่อิหร่านกำลังกังวล คือ การหาทางนำประชาชนอิหร่าน จำนวน 160 คน ที่ยังติดค้างอยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากทางการไทย
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตอิหร่าน กล่าวฝากถึงสื่อมวลชนไทยว่า การรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อตะวันตก เป็นเพียงแค่การรับสารเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น อยากให้สื่อไทยรับข้อมูลข่าวสารจากทางฝั่งของอิหร่านด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้รับทราบข้อเท็จจริงได้เที่ยงตรงและถูกต้องมากกว่านี้

