หน้าแรก ต่างประเทศ อิหร่าน ตั้ง ...

อิหร่าน ตั้ง ‘โมจตาบา’ นั่งผู้นำใหม่ เตรียมจัดเคารพศพ ‘คาเมเนอี’ 3 วัน

5.03.26 | 05:59 น.
(AP Photo/Vahid Salemi, File)

อิหร่าน ตั้ง ‘โมจตาบา’ นั่งผู้นำใหม่ เตรียมจัดเคารพศพ ‘คาเมเนอี’ 3 วัน ‘ยิว’ ถล่มเตหะรานดับ ผบ.คูดส์ ‘ทรัมป์’ ฮึ่มคว่ำบาตรสเปน ฉุนไม่ให้ตั้งฐานทัพโจมตีอิหร่าน

เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศใส่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศอิหร่านอีกครั้งในวันที่ 3 มีนาคม พุ่งเป้าทำลายเครื่องยิงขีปนาวุธ ศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของอิหร่าน ส่วนฝั่งอิหร่านโจมตีตอบโต้อิสราเอลและประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้โจมตีอาคารแห่งหนึ่งในเมืองกอม สถานที่ที่คาดว่าสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ หรือ Assembly of Experts จะมาหารือเพื่อเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยกำลังอยู่ระหว่างประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตในอาคารหรือไม่ นอกจากนั้นอิสราเอลยังโจมตีสถานที่ผลิตและคลังเก็บขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่านด้วย

นอกจากนี้ กองทัพอิสราเอลยังสังหาร ดาอูด อาลี ซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังคูดส์ในเลบานอนจากการทำการโจมตีในกรุงเตหะราน ซึ่งกองกำลังคูดส์มีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน และซาเดห์ถือเป็นผู้บัญชาการระดับสูงที่สุดของอิหร่านที่อยู่ในเลบานอน เพื่อโจมตีอิสราเอลจากเลบานอน

พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสหรัฐประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) เปิดเผยว่า สหรัฐโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วเกือบ 2,000 แห่ง ทำลายขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำลายขีปนาวุธทิ้งตัว เครื่องยิงจรวด และโดรนของอิหร่านไปแล้วหลายร้อยลำ ทำลายเรือของอิหร่าน 17 ลำ รวมถึงเรือดำน้ำ และกำลังทำลายกองทัพเรือของอิหร่านทั้งหมด

ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธทิ้งตัวไปแล้วกว่า 500 ลูก และใช้โดรนกว่า 2,000 ลำ ล่าสุด โดรนของอิหร่านตกใส่ลานจอดรถของสถานกงสุลสหรัฐในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก่อนเกิดเพลิงลุกไหม้ ทำให้มีการปิดสถานทูตสหรัฐในหลายประเทศตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และเลบานอน
เว็บไซต์อิหร่านรายงานว่า นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายคนที่ 2 ของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตหลังถูกลอบสังหารโดยปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน นอกจากนี้ รัฐบาลอิหร่านเตรียมจัดพิธีให้ประชาชนอำลาอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. วันที่ 4 มีนาคมเป็นต้นไป ที่มัสยิดอิหม่ามโคไมนี จากนั้นจะประกาศเรื่องพิธีศพในภายหลัง

Advertisement

นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลโพสต์ลงบน X ว่า”ผู้นำสูงสุดทุกคนที่อิหร่านแต่งตั้งจะเดินหน้าในแผนการเพื่อทำลายอิสราเอล คุกคามสหรัฐ โลกเสรี และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคและกดขี่ประชาชนชาวอิหร่าน ทำให้ผู้นำอิหร่านคนใหม่จะตกเป็นเป้าหมายเพื่อถูกกำจัด” คัตซ์ระบุ

ส่วนเดอะการ์เดียน รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สิ่งที่เขากลัวมากที่สุด ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล คือ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่นำมาซึ่งผู้นำที่เลวร้ายไม่ต่างจากคนก่อน

ในการแถลงข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ขณะที่นายฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เยือนประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดของปฏิบัติการที่นำไปสู่การลอบสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ผ่านมา ทรัมป์ตอบว่า “ผมไม่รู้ว่าจะมีสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดหรือไม่” พร้อมแสดงความมั่นใจในกำลังรบที่เหนือกว่าของสหรัฐและอิสราเอล
ขณะที่ โมฮัมหมัด อัคบาร์ซาเดห์ เจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือ IRGC แถลงข่าวผ่านสำนักข่าวฟาร์ส ว่าช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการส่งน้ำมันและก๊าซ โดยราว 1 ใน 5 ของน้ำมันทั่วโลก อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์ของกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะระงับการค้าทั้งหมดของสหรัฐกับสเปน หลังปฏิเสธไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพในสเปนสำหรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน พร้อมเคลื่อนย้ายเครื่องบิน 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศออกจากฐานทัพทหารโรตาและโมรอนทางตอนใต้ของสเปน โดยสั่งให้สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับสเปน

“ธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสเปน ผมมีสิทธิที่จะหยุดมันได้ การคว่ำบาตร ผมจะทำอะไรกับมันก็ได้ และเราอาจทำอย่างนั้นกับสเปน” ทรัมป์กล่าว

ส่วนรัฐบาลสเปนออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า สหรัฐควรคำนึงถึงความเป็นอิสระของภาคเอกชน กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐกับอียู สเปนมีทรัพยากรเพียงพอรองรับผลกระทบจากการคว่ำบาตรทางการค้าและช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่จะยังคงผลักดันการค้าเสรีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรต่อไป