หน้าแรก ต่างประเทศ สภาล่างมะกัน ...

สภาล่างมะกัน คว่ำมติขวางทรัมป์รบอิหร่าน ประธานสภาชี้ มะกันไม่ได้กำลังทำสงคราม

6.03.26 | 10:05 น.
REUTERS

สภาล่างมะกัน คว่ำมติขวางทรัมป์รบอิหร่าน ประธานสภาชี้ มะกันไม่ได้กำลังทำสงคราม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ภายหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐโหวตคว่ำมติ war powers resolution ที่พูดถึงการให้สภาคองเกรสมีอำนาจในการประกาศสงคราม ล่าสุดในวันที่ 5 มีนาคม สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐโหวตคว่ำมติดังกล่าวเช่นกันที่จะจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการทำการโจมตีในอิหร่าน เปิดทางให้ทรัมป์เดินหน้าทำสงครามในตะวันออกกลางต่อไป

ร่างมติดังกล่าวถูกโหวตคว่ำในสภาล่างที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำ ด้วยมติ 219 ต่อ 212 โดยส่วนใหญ่โหวตลงคะแนนตามมติของพรรค ยกเว้นส.ส.รีพับลิกัน 2 คนที่โหวตสนับสนุนมติ และส.ส.ของฝั่งเดโมแคตรโหวตไม่เห็นด้วย 4 คน

บรรดาผู้ที่คัดค้านร่างมติเพื่อหยุดประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ให้ทำการโจมตีอิหร่านและนำอำนาจของการประกาศสงครามกลับสู่สภาคองเกรส อ้างว่าเดโมแครตผลักดันร่างมติดังกล่าวขึ้นมาเพราะอยากต่อต้านทรัมป์ และหากร่างมติดังกล่าวถูกโหวตผ่านจะทำให้ทหารอเมริกันตกอยู่ในความเสี่ยง

ริค คราวฟอร์ด ส.ส.พรรครีพับลิกันจากรัฐแอริโซนา ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการข่าวกรองของสภาล่าง กล่าวว่า ร่างมตินี้จะไม่ถูกเสนอขึ้นมาโหวตเลยหากทรัมป์ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี

Advertisement

ขณะที่นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า จะเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งหากมีการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี ในช่วงที่กองทัพสหรัฐกำลังอยู่ในความขัดแย้ง พร้อมกับปฏิเสธว่าสหรัฐไม่ได้กำลังทำสงคราม และปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐเป็นไปอย่างจำกัดและภารกิจในตะวันออกกลางใกล้เสร็จสิ้นแล้ว

ด้านนายเกรเกอรี มีคส์ ส.ส.ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการต่างประเทศฝั่งพรรคเดโมแครต กล่าวว่า “ทรัมป์ไม่ใช่พระราชา และหากเขาเชื่อว่าการทำสงครามกับอิหร่านคือผลประโยชน์ของประเทศเรา แบบนั้นเขาก็ควรจะมาสภาคองเกรสและทำให้มันถูกต้อง” มีคส์บอกอีกว่าสงครามนี้เป็นสงครามที่เลือกว่าไม่ต้องเกิดขึ้นก็ได้ เป็นสงครามที่รัฐบาลทรัมป์ก่อขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และไม่มีการอธิบายว่าสงครามนี้จะทำให้ชาวอเมริกันปลอดภัยได้อย่างไร

กฎหมาย war powers resolution ปี 1973 ระบุเอาไว้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐจะสามารถนำกองทัพเข้าสู่ความขัดแย้งทางอาวุธได้ก็ต่อเมื่อสภาคองเกรสทำการประกาศสงคราม หรือ ใช้อำนาจพิเศษ หรือ เพื่อเป็นการตอบโต้การถูกโจมตี แต่ทรัมป์และพรรครีพับลิกันโต้แย้งว่าอิหร่านเป็นภัยอันตรายเร่งด่วน ดังนั้นการเปิดฉากทำการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมามีความชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายนั้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมาย war powers resolution กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องยุติการดำเนินการทางทหารที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสภายใน 60 วัน หมายความว่ารัฐบาลทรัมป์มีเวลาจนถึงปลายเดือนเมษายนเพื่อให้สภาคองเกรสอนุมัติการทำสงคราม