สื่อนอกจับสัญญาน หลังครบ 7 วันสงครามอิหร่าน
สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษสรุปสถานการณ์ “เจ็ดวันหลังการปะทะ – สิ่งที่ควรรู้” โดยระบุว่า ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังความขัดแย้งซึ่งปะทุขึ้นจากการร่วมกันปฏิบัติการโจมตีของ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ การตอบโต้ของอิหร่านได้ดึงภูมิภาคตะวันออกกลางให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ และนี่คือการสรุปเหตุการณ์สำคัญของพัฒนาการต่างๆ จนถึงวันที่ 6 มีนาคม
๐พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ CBS News ถึงรายงานที่ระบุว่า รัสเซียให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน โดยกล่าวว่า สิ่งใดก็ตามที่ไม่ควรเกิดขึ้นจะถูกตอบโต้และจัดการอย่างแข็งกร้าว พร้อมระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทราบดีว่าใครกำลังติดต่อหรือพูดคุยกับใคร
๐เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ ระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตในอิหร่านแล้ว 1,332 ราย นับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารเริ่มขึ้นวันเสาร์ที่ผ่านมา
๐ทรัมป์กล่าวว่า ผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐได้ตกลงที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธเป็น 4 เท่า
๐มีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดครั้งใหม่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ ขณะที่ในเวลาต่อมา อิสราเอลประกาศว่าการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่จบลงแล้ว
๐อิสราเอลยังได้ทำโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ของกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UNIFIL) ทางตอนใต้ของ เลบานอน ส่งผลให้ทหารกานาได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
๐ที่กรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน โรงเรียนหลายแห่งถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักพิงชั่วคราว เนื่องจากมีประชาชนจำนวนเพิ่มขึ้นที่ต้องอพยพออกจากบ้าน จากผลของการโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอนอยู่ที่ 217 ราย
๐กองกำลังป้องกันตนเอง (IDF) ของอิสราเอล เตือนประชาชนถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีจากอิหร่านหลายระลอกในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม แต่จนถึงงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
๐ล่าสุดอิสราเอลได้ทำการโจมตีสนามบินเมห์ราบัด ซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์หลังแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานของอิหร่าน โดยมีการเผยแพร่ภาพเครื่องบินที่กำลังลุกไหม้และมีกลุ่มควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ยังไม่ชัดเจนว่าพื้นที่ใดของสนามบินที่ถูกโจมตี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลอิสราเอลระบุว่าได้เริ่มทำการโจมตีอิสราเอลระลอกใหม่หนึ่งวันก่อนหน้านี้
๐ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคตะวันออกกลางของบีบีซีรายงานว่า อิสราเอลมองว่าอิหร่านถือเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของรัฐ (existential threat) มานานหลายทศวรรษ และในหมู่ชาวยิวอิสราเอล มีความเห็นพ้องกันเกือบเป็นเอกฉันท์ในการสนับสนุนการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
๐ในสหรัฐ มีข้อความและถ้อยแถลงที่ไม่สอดคล้องกันออกมาจากทำเนียบขาวและจากเจ้าหน้าที่ในรัฐบาล เกี่ยวกับแนวทางที่จะยุติสงครามในอิหร่าน
๐ตามการวิเคราะห์ของซาราห์ สมิธ บรรณาธิการด้านอเมริกาเหนือของบีบีซี การที่ทรัมป์ยืนกรานให้อิหร่าน “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” (unconditional surrender) อาจเป็นสัญญาณว่าเขาได้ล้มเลิกความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติสงครามแล้ว
อย่างไรก็ดีในภาพรวมแล้ว ทั้งสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ยังไร้วี่แววที่จะยุติสงครามครั้งนี้ ที่ดูเหมือนจะขยายวงกว้างออกไปจนส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังกระทบกับโลกโดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่กระทบกับอุปทานน้ำมันโลกแบบเต็มๆ

