หน้าแรก ต่างประเทศ สวนดุสิตโพลเผ...

สวนดุสิตโพลเผยคนไทยกว่า 78% หวั่นสู้รบในตอ.กลางจะบานปลาย ทำน้ำมันเชื้อเพลิงราคาสูงขึ้น

8.03.26 | 10:16 น.
อิหร่าน
SOCIAL MEDIA/via REUTERS

สวนดุสิตโพลเผยคนไทยกว่า 78% หวั่นสู้รบในตอ.กลางจะบานปลาย ทำน้ำมันเชื้อเพลิงราคาสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,394 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 ผลการสำรวจพบว่า จากการสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐ กลุ่มตัวอย่างติดตามข่าวบ้าง ร้อยละ 52.65 โดยกังวลว่าการสู้รบจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น ร้อยละ 78.91 และคิดว่าสถานการณ์สู้รบจะบานปลาย ร้อยละ 78.57

ข้อคิดที่ได้ คือ ผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่ แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งโลก ร้อยละ 70.16 ในภาพรวมเชื่อมั่นต่อการเตรียมพร้อมและมาตรการรับมือของรัฐบาลไทย ร้อยละ 39.10 และไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 37.56

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลประชาชนกังวลสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่อาจกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ทำให้ประเทศอาจเผชิญภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ประชาชนจึงคาดหวังให้รัฐบาลเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจ และมีมาตรการรับมือที่ชัดเจน

สวนดุสิตโพล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า แม้สมรภูมิความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย แต่ประชาชนไทยยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ความตึงเครียดในพื้นที่นี้จึงกระทบต่อการปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Advertisement

ความกังวลของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงความรู้สึกเชิงเศรษฐกิจ หากยังสะท้อนความเข้าใจว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

ในอีกด้านหนึ่ง การที่ประชาชนจำนวนมากมองว่าสถานการณ์มีแนวโน้มบานปลายนั้น สอดคล้องกับลักษณะการแข่งขันเชิงอำนาจของรัฐและเครือข่ายประเทศพันธมิตร ที่มักปรากฏในรูปแบบสงครามตัวแทน หรือ proxy war

บทเรียนสำคัญที่ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันคือ ความขัดแย้งในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในสนามรบ แต่แผ่ขยายไปถึงเศรษฐกิจโลก ความมั่นคงของมนุษย์ และความสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อีกด้วย ขณะเดียวกัน ผลสำรวจที่พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการของรัฐบาลไทยแบ่งออกเป็นสองฝ่ายใกล้เคียงกัน ได้สะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อศักยภาพของรัฐในการบริหารความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ และเป็นบททดสอบสำคัญของความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ และความยืดหยุ่นของรัฐไทย ในโลกที่ความมั่นคง เศรษฐกิจ และพลังงาน เชื่อมโยงถึงกันอย่างแนบแน่น